Movie

สุริยา ดาราประจัญบาน

posted on 15 Apr 2009 13:43 by takathenec  in Movie

ช่วงนี้อากาศร้อนๆ คนก็ร้อน แม้ว่าจะเย็นลงบ้าง ก็ขอให้ทุกคนพยายามเย็นลงกว่านี้ละกันครับ

 อ๊ะมาถึงช่วงนี้กันบ้าง สืบเนื่องจากทักษพล ตั้งมั่นไว้แล้วว่าปีนี้กรูจะเป็น ฮิคิโคโมริ ช่วงสงกรานต์ อยู่ก่ะเหย้าเฝ้าก่ะเรือน

(ความจริงคือเพราะไอ้เยื้องบ้านนาย ก. เนี่ยแล ที่อยากให้มีชายหนุ่มอ้วนกลมอารมณ์ดี อยู่ติดบ้านไว้บ้าง เผื่อใครบุกอะไรเข้ามาจะได้ไปกลิ้งทับคนบุกเข้ามา)

ดังนี้เลยไปโหลดหนังมาดูครับกับเรื่อง สุริยาดาราประจัญบาน หรือ Battlestar Galactica นั่นเอง

 (รูปจาก fanpop.com)

 

Link youtube  

http://www.youtube.com/watch?v=5-gvgPEtv4g&feature=related

 

 

เห็น Serie Sci-fi Drama ที่สร้างขึ้นเมื่อปี 2004 เป็น 1 ในเรื่องที่ได้รับรางวัล Emmy ด้าน Visual Effect และรางวัลอื่นๆ อีกมากมายจนได้รับการกล่าวขานว่าเป็น Serie ที่ดีที่สุดในปี 2005 ครับ

 

สำหรับ Franchine Battlestar Galactica มีมานานแล้วเริ่มจากนวนิยายเคยมีแปลไทยว่า"ยานอารยะ"

 

 และโดนจับไปทำเป็นเกมอีกหลายรอบเหมือนกัน และโดนจับไปทำเป็น Serie ในยุค 80 แต่เดาว่าไม่ดังในไทยเพราะจังหวะนั้นคนชอบ Sci-fi ไม่น่าเยอะมาก และโดน StarTrek ตีกระจุย

(เวอร์ชั่น Serie ปี 80)

 

 

สำหรับเนื้อเรื่องในภาค Serie อันใหม่คือมนุษย์ย้ายออกไปตั้งรกรากในอวกาศ กลายเป็นกลุ่มดาวอนานิคม 12 จักรราศี และสร้างเครื่องจักรมารับใช้ในนาม Cylon ซึ่งเข้าอีหรอบหนัง Sci-fi ที่มีหุ่นยนต์ครับ เพราะเหล่า Cylon เกิดมีความนึกคิดของตัวเองแล้วก่อสงครามเพื่ออิสรภาพ(ของหุ่น)ขึ้น

สงครามดำเนินไป 10 ปีจนเกิดการเซ็นต์สัญญาสงบศึก ต่างฝ่ายต่างอยู่ จนอีก 40 ปีต่อมา Cylon ได้เจาะเข้าระบบกองยาน แล้วแพร่ไวรัส จนทำให้กองยานฝ่ายมนุษย์ใช้งานไม่ได้ แล้วโจมตีด้วย Nuclear ใส่กลุ่มดาวทั้ง 12 มนุษย์แทบจะสูญพันธ์ ทางรอดสุดท้ายคือยานรบ Class Battlestar ที่มีชื่อว่า Galactica จริงๆ จะเรียกยานรบก็ไม่เชิงเพราะเป็นยานรุ่นเก่าเก๋ากึ๊ก ที่โดนปลดระวางไปเป็นพิพิธภัณฑ์ ซึ่งยานลำนี้เก่าเกินกว่าจะโดนไวรัสรุ่นใหม่ของ Cylon

(อารมณ์โดนไวรัสโจมตี Window แต่รุ่นที่รอดดันเป็น Win3.1 ram 256 CPU ยังไม่เป็น intel)

ครั้นจะเอายานรบรุ่นเก่าไปสอยกองทัพ Cylon ก็ใช่ที่ เป็น Whitebase หรือมีกันดั้มก็ไม่ใช่ มนุษย์พร้อมกับกองยานบางส่วนเลยเดินทางเพื่อตามหาดินแดนพันธสัญญาที่มีชื่อว่า"โลก"โดยเชื่อว่าจะหนีรอดจากเหล่า Cylon ได้

มาถึงตรงนี้อาจจะคิดว่าก็ไม่ต่างอะไรจาก Serie ธรรมดาที่มันต้องออกไปขับยานสอยกันซักรอบ 2 รอบก่อนจบตอนใช่ไหมครับ

ผิดถนัด

เพราะเรื่องนี้วางพล็อตว่า Cylon ก็มีเทคโนโลยีสร้างหุ่นที่เหมือนมนุษย์มากๆ และแทรกซึมคอยยุแยงตะแคงรั่วหรือคอยก่อวินาศกรรมในยานตลอด ที่สำคัญ ไอ้ Cylon บางคนมันไม่รู้น่ะสิว่าตัวเองเป็น Cylon ทั้งกองยานเลยผวาว่าไอ้คนข้างๆ กุนี่มันคนหรือ Cylon วะ

 

 

 

สำหรับเรื่องนี้แตกต่างจากหนัง Serie Sci-fi ที่เคยมีมาครับ เพราะส่วนใหญ่มักจะเป็นการเดินทางเพื่อหาดินแดนใหม่ๆ บ้าง ต่อสู้กับศัตรูบ้าง แต่สำหรับ Battlestar Galactica เป็นเรื่องราวของการเอาชีวิตรอดและเรื่องการเมืองมากกว่า (อย่างก่ะนั่งดูกันดั้มที่ไม่มีฉากต่อสู้)

ไอ้ Trailer ที่เห็นฉากยานรบออกไปสู้กันนี่มันหลอกลวงครับ ที่นั่งดูนอกจากตอนแรกแล้วที่เหลือเป็นเหตุการณ์ในยานซะส่วนใหญ่ ซึ่งเขาวางพล็อตมาได้ดีมากๆ ทั้งความขัดแย้งระหว่าง ประธานาธิปดี นายพล หรือแม้แต่บุคคากรภายในด้วยกันเอง ทำให้ดูเป็น Serie การเมืองย่อมๆ มากกว่า Action Sci-fi เอะอะขับยานออกไปรบกันครับ

 

จริงๆ เรื่องนี้เคยมาฉายทาง Cinemax (หรือ Star วะ)ในบ้านเรานานแล้วครับ แต่ไม่สนใจ

มาสนใจตอนที่ไปนั่งเล่น

เกมแนว Table Top หรือว่า Board Game แบบเกมเศรษฐีล่ะครับที่เราต้องเลือกว่าจะแสดงเป็นตัวละครไหนใน Serie แต่ละคนมีความสามารถแตกต่างกันไปและที่เลวร้ายคือตอนเริ่มเกมแต่ละคนจะได้รับ Royality Card ที่จะบอกว่า เอ็งเป็นมนุษย์ หรือเป็น Cylon

จุดมุ่งหมายของมนุษย์คือต้อง Jump ไปให้ได้ 8 หน่วย ขณะที่ Cylon ก็ต้องทำลายทรัพยากรต่างๆ ส่งกองยานมาบุกเพื่อให้มนุษย์ทำไม่ได้ล่ะครับ

 แต่ละเกมเล่นกันเป็นหนังซีรีย์ได้เลยทั้งรบแม่งตลอดเวลา หรือว่าเป็นเกมการเมืองที่ต้องตามหาว่ามันผู้ใดที่เป็น Cylon แฝงกายมา

 อันนี้สำหรับคนที่สนใจลองแวะไปดูที่ร้าน Bob Card ที่หอพวงชมพู (พอพักใหม่จุฬาหลังสามย่านเก่า)

 

ส่วนตัวคิดว่าคงจะหาเรื่องนี้มานั่งดูจนจบล่ะครับ เพราะถูกใจน้องเกรซ พาร์คมากมาย

อาหมวยคนเดียวบนยานที่ยบู๊แหลกแจกแต้มสุดๆ ในบท Boomer พลขับยานลาดตระเวณและยานลำเลียงพล

ถ้าเทียบก่ะของเก่าแล้ว Boomer จะเป็น

 

มึงหลอกกรูวววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววว์

 

ถ้าใครอยากลองหา Serie Sci-fi ดีๆ ก็ลองหาเรื่องนี้มานั่งดูได้เลยครับ ตอนนี้จบ Season 4 ไปแล้ว และเดาว่าน่าจะจบจริงๆ แล้วล่ะ

 

ปล.1เป็นฮิกี้อยู่ก่ะบ้านจริงๆ นะปีนี้

ปล.2 เรื่องนี้ทำให้รู้ว่าผมชอบ Sci-fi มากกว่า Fantasy แหะ

edit @ 15 Apr 2009 22:43:59 by คุณหมาสายตาเอียง

 

จะเป็นยังไงเมื่อนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกถูกเรียกตัวมากลางดึก

จะเป็นยังไงเมื่อมีวัตถุพุ่งด้วยความเร็ว300 ล้านไมล์ต่อวินาทีกำลังพุ่งใส่โลก และจะถึงโลกภายในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง

แล้วจะเป็นยังไงเมื่อวัตถุนั้นมาเพื่อช่วยโลก........หาใช่มนุษย์โลกไม่?

เมื่ออารยธรรมถึงจุดหมิ่นเหม่ เราจะวิวัฒ .............?

 

(รูปจาก http://www.moviewallpapers.net/)

 

อะเออไม่ใช่สิ

 

 

หนังเรื่องนี้เป็นหนัง Remake จากหนังชื่อเดียวกันในปี 1951 ครับ 

ภาพจาก www.virginmedia.com พี่ Zaku เงิน (Gort) เป็นหุ่นติดอันดับ 9 ของหุ่นยนต์ในหนังด้วย

จากเรื่องเดิมคือมนุษย์ต่างดาวที่ลงมาเตือนมนุษย์ถึงความรุนแรงที่ก่อขึ้นบนโลก ซึ่งเป็นหนังเรื่องแรกๆ ที่สร้างให้มนุษย์ต่างดาวออกมาเป็นคนดี และเสียดสีกระแสโลกในยุคสงครามเย็นในช่วงนั้น

คำเตือน

1.Entry นี้ จะ Spoil แหลก Spoil ลาญ ใครคิดจะดูหนังเรื่องนี้แบบไม่ Spoil กรุณาข้าม Entry นี้ได้เลยครับ

2.ผมไม่ใช่คน Review หนังอย่างใช้เหตุผล แค่ Review ตามความรู้สึกครับ

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

 

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

 

สำหรับเรื่องนี้หลายๆ คนคงหวังว่าจะได้เจอฉากต่อสู้ระหว่างมนุษย์กับไอ้ Zaku สีเงินนั่น

ไม่ก็พี่คีนู คงจะแสดงอะไรเจ๋งๆ แบบใน Matrix ก่ะ constantin แหง๋ม

 

ขอ Spoil แหลกเลยว่า อดแดรกแน่นอน ไอ้กองทัพพิทักษ์โลกที่ออกมานี่ออกมาโดนถล่มล้วนๆ ครับอย่างมากแค่โชว์พาวน์

 

ถึงจะไม่มีฉาก Action แต่เรื่องนี้โคตรกระแทกใจเลยครับ

 

หนังพูดถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม โลกใบนี้กำลังจะตายเพราะมนุษย์ เชื่อว่าหลายๆ คนก็รู้ ออกจะมีโครงการลดโลกร้อนตั้งเยอะตั้งแยะ แต่จะมีซักกี่คนที่ตั้งใจช่วยโลกใบนี้จริงๆ

ดังนั้นคลาทู(พี่คีนู)มาเพื่อตัดสินใจทำลายโลกใบนี้ทิ้งซะ

 

ในหนังมีบทสนทนาหลายๆ อันที่โคตรจะเสียดแทงครับ

"คุณมาที่โลกของเราทำไม?"

"โลกของคุณ?"

ส้มจีนโคตรรรรรร มนุษย์เราคิดว่าเราเป็นเจ้าของโลกใบนี้มาเสมอ แต่กลับไม่พยายามดูแลรักษามัน คอยแต่ตักตวงผลประโยชน์ หรือว่า

"ถ้าเป็นคุณ คุณจะหนี หรือจะสู้?" 

"มันทำอะไรไม่ได้แล้วล่ะ"

เราอยู่ในจุดที่ถ้าหนี (ไปดาวดวงอื่น) เราก็จะเป็นเหมือนเดิม แต่ถ้าเราสู้ (กับปัญหาสิ่งแวดล้อม) เราจะสามารถแก้ไขสิ่งที่เราทำมาได้หรือเปล่า

จุดหักเหของเรื่องนี้อยู่ที่คำพูดของ Professor ท่านหนึ่ง

 

"เมื่ออารยธรรมถึงจุดหมิ่นเหม่ เราจะวิวัฒ เมื่อเราอยู่บนขอบเหวเราจะเปลี่ยน"

 

เป็นคำพูดที่อธิบายถึงมนุษย์ได้ชัดเจนสุด ถ้าเราไม่เจอวิกฤติ เราก็จะคงทำเหมือนเดิม วัวหายแล้วล้อมคอกตลอด แต่เราจะรู้ได้ยังไงว่า คอกเราจะเหลือวัวซักกี่ตัวให้ล้อม

 

ในจุดที่หมิ่นเหม่ คำสั่งการทำลายล้างโลกถูกส่งออกไปแล้ว โลกค่อยๆ ล่มสลาย ผู้คนที่ค่อยๆ เปลี่ยนแนวคิด ทำให้คลาทูยับยั้งคำสั่งและเครื่องมือทุกอย่างถูกผนึกไว้ตลอดกาล

นี่คือ[จุดจบ/จุดเริ่มต้น]ของ[มนุษย์/โลก]กันแน่

 

แล้วถ้าโลกของเราในตอนนี้ไม่ตระหนักถึงสิ่งที่เราทำไป เราจะมีจุดจบแบบไหนกันแน่?

 

โอเคครับมาพูดถึงเรื่องตัวหนังกันบ้างดีกว่า

สำหรับหนังเรื่องนี้ Production ดูแล้วไม่ค่อยจะ Hollywood เท่าไหร่ หลายๆ ฉากทำออกมาลวกๆ CG ดูแล้วเหมือนแปะบนหนังมากกว่าเนียนไปกับสภาพแวดล้อม แต่ที่ต้องชมคือองค์ประกอบศิลป์ในฉากครับ ใส่ Hint มาให้ โทนสีหรือแสงที่ใช้นี่สวยงามสุดๆ ถ้าทีมงานชุดนี้ไปทำหนัง non-CG คงจะดีกว่านะครับ

ฉาก Action ก็มีเท่าที่เห็นใน Trailer นั่นล่ะครับ แต่ผมชอบแนวคิดเรื่องเอา UAV (อากาศยานไร้คนขับ) มาใช้ในการรบ เพราะผมว่าอันนี้คืออาวุธในโลกอนาคตจริงๆ ครับ หรือแม้แต่พี่ Zaku เงิน ตาแดง แรงปี๊ดๆ นั่นก็เจ่งครับ องค์ประกอบที่ทำจาก Nano Machine จำนวนนับล้านๆ แล้วสามารถเกาะกินวัสดุอื่นเพื่อเพิ่มจำนวนได้ นี่ก็เคยอยู่ในความคิดผมเหมือนกัน

แต่จนแล้วจนรอดอย่าคิดว่าจะได้ดูแบบ ID4 เลยครับ หนังมันทำฉาก Action มาให้เราเข้าใจผิดเล่นไปงั้นแหละ

 

โอเคมาเรื่องการแสดงบ้าง พี่คีนูในบทมนุษย์ต่างดาวเล่นได้ดีเลยล่ะครับ แม้ว่าเราจะไม่รู้สึกว่าคลาทูรู้สึกถึงความดีงามในมนุษย์ ได้ชัดเจนเท่ากับ Neo ตอนบรรลุธรรม หรือหลายๆ ครั้งติดภาพลักษณ์ของพี่แกในบท Constantin ไปหน่อย

หลายครั้งเห็นภาพซ้อนเป็นจับหัวโขกก่ะขอบโต๊ะแล้วชูนิ้วกลางใส่ t(- -t ) 

ในส่วนบทของเจนนิเฟอร์คอลเนลลี่ ในบท เฮเลน นักวิทยาศาสตร์สาว ผู้เสียสามีไปในสงคราม เหลือแค่ลูกติดสามีเจค็อป (เจเด้น สมิธ-ลูก วิลสมิธ) ซึ่งตัวเจนนิเฟอร์เองเป็นดาราสาวที่ผมปลื้มตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วครับ สาวคิ้วเข้มๆ ดูอ่อนหวานและเข็มแข็งในเวลาเดียวกัน มาดูเรื่องนี้ กาลเวลาช่างโหดร้าย เอาเถอะ แต่การแสดงของเธอส่วนตัวผมก็ถือว่าดีมากๆ ครับ เข้าถึงบทของนักวิทยาศาสตร์ที่พยายามช่วยโลกด้วยความรู้สึกมากกว่าเหตุผล และพยายามประคับประคองความสัมพันธ์กับลูกเลี้ยงที่โคตรเกรียน ในส่วนที่เด่นที่สุดกลับเป็น เจเด้นสมิธ ลูกป๋าวิลนั่นล่ะครับ

เล่นดีจนขอมอบรางวัล "ตบเกรียนประจำปี พศ2541"

ทั้งหน้าตา ทั้งท่าทางเชื่อเลยครับว่าไอ้เด็กส้มจีนนี่มึงไม่ตายดีแน่ๆ

(แต่เสือกเปลี่ยนตัวเองตอนท้าย ชริ....แต่ก็น่ารักดีนะ)

 

ด้านเนื้อเรื่องสมเหตุสมผลดีครับว่าทำไมคลาทูต้องมาทำลายโลกนี้ การเปลี่ยนแปลงของตัวละคร ไม่จับยัดเกินไป จะมีก็แค่ว่า

-ทำไมด็อกเตอร์เฮเลน ถึงต้องกระเหี้ยนกระหือรือ ช่วยมนุษย์ต่างดาวถึงขนาดนั้น?

-ทำไมไอ้น้องเจค็อปได้ทำตัวส้มจีนขนาดนี้?

แต่ที่เหลือก็กัดแดรกอเมริกาได้สูงพอควรครับ เอะอะก็ใช้กำลัง หยิ่งยโส ไม่ยอมให้ความร่วมมือกับ UN

 

การ Tire In สินค้า ผมคิดว่าเรื่องนี้มันคงคุ้มทุนสร้างตั้งแต่ยังไม่ออกฉายแล้วมั้งครับ Sponsor เยอะมากๆ บางอันก็ดูเนียนๆ แต่บางอันนี่ไม่เก็ตอย่างแรงว่านางเอกจะเอานาฬิกาไซโก้ขึ้นมาดูทำไม หรือพี่คีนูมานัดเจอคนที่ Mc เกินครึ่งในเรื่องผมนั่งขำก่ะการเอา Logo ต่างๆ ยัดเข้ามาล่ะครับ

 

โดยรวมผมคิดว่าเป็นหนังเรื่องที่ Remake แล้วออกมาแตกต่าง(แต่ไม่หลุด Theme) จากต้นฉบับดั่งเดิมมากที่สุดจากในบรรดาหนัง Remake ที่เคยดู (แต่ก็ไม่กี่เรื่องหรอก) กล้าที่จะฉีกจากสงครามเย็นมาเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมแล้วกระแทกสังคมแรงๆ พร้อมเตือนสติคนทั่วโลกว่า

 

"เมื่ออยู่บนขอบหน้าผา เราจะเปลี่ยน แต่เราจะรู้ตัวหรือไม่ว่าเราอยู่บนขอบหน้าผาแล้ว หรือกำลังดิ่งโหม่งโลกอยู่"

 

หนังอีกเรื่องที่แนะนำให้เข้าไปดูครับ

 

 

 ////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

 

ปล. ถุงผ้าลดโลกร้อนทุกใบมันมาในถุงพลาสติก

ปล.2 อ่าน Review แฟนเก่าๆ รู้สึกว่าของเก่าจะลึกกว่านี้อีกนะเนี่ย

 

edit @ 13 Dec 2008 01:25:39 by คุณหมาสายตาเอียง

วันนี้เป็นวันแรกในรอบหลายปีที่ได้ไปดูหนังก่ะที่บ้านครับ

ปกติถ้าไม่สดดูคนเดียว ก็ไปดูก่ะเพื่อนที่ทำงาน (ลากกันไปทั้งห้องตัดต่อ) ก่ะไปดูก่ะน้อง เท่านั้นเอง

สำหรับวันนี้เลือกดู องค์บาก 2 ครับ

(ภาพจาก http://www.forwardmag.com/webboard/post-490150.html?sid=6bd3d3752ccf4ad4ef63ed6365d8a204)

แต่มันน่าจะชื่อว่า องค์บาก The Origin ภาค 1 มากกว่ามั้ง เพราะหนังล่อย้อนไปในอดีต ช่วงกลาง (หรือต้นหรือปลาย) ยุคอโยธยา ซึ่งเรื่องนี้จะบอกว่าองค์บากถูกสร้างมาได้ยังไง (หรืออย่างน้อยก็จะบอกตอนภาค 2)

ตอนแรกหวังว่าจะเข้าไปโดยคิดว่า "เอาวะมาดูหนังบู๊ Style จาพนมละกัน" แต่ผิดคาดครับ "หนังเรื่องนี้มีเนื้อเรื่องด้วย" แถมลึกลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนเพื่อนทรยศ บีบน้ำตา บ้าไปแล้วซะอีก

แต่ก็ไม่ขนาดนั้นครับ เรียกว่ามันมีเนื้อเรื่องจนน่าตกใจมากกว่า ฮา

แถมพี่จามีบทพูดด้วย ประมาณ "ฆ่ามัน" "ผมจะช่วยคุณเอง" (แถมเสียงหล่อจนสงสัยว่าเสียงเจ้าตัวจริงป่าววะ)

(ภาพจาก.....เออตามในรูปอ่ะ)

สำหรับเนื้อเรื่องก็ประมาณ พระเอกชื่อเทียน(พี่จา)  พ่อเป็นออกญา Something (ชื่อยาว) ออกญาสีหเดโช(สันติสุข) เป็นขุนพลดูแลฝ่ายตะวันออก (แปลว่า Link ก่ะขอม) โดนพระยาราชเสนา (ศรันยู) เสียงแหบบ้าง เสียงชัดบ้าง (จำได้ว่าช่วงถ่ายคือช่วงพันธมิตรประท้วง)หมายครองอำนาจสั่งฆ่าโคตร แต่หนีออกมาได้ โดยทหารคนสนิท (เป็นตัวประกอบโป้งแอ๊ะครับ โยนพี่จาตอนเด็กลงข้างทางแล้วโดนธนูยิงตายรับค่าตัวทันที)

แต่อนิจจาโชคชะตาของเทียนยังมิสาแก่ใจผู้กำกับ โดนพ่อค้าทาส ตี๋ๆ อ้วนๆ จับไปหมายไปขาย แต่ดันเปรี้ยวขัดขืนเลยโดนโยนบ่อจรเข้ให้สู้เพื่อความบันเทิง แต่ในขณะนั้นเองเชอนัง (สงพงษ์) หัวหน้าจอมโจรผาปีกครุฑก็โผล่มากวาดล้างตลาดทาสแห่งนี้(แบบไม่มีเหตุผล) โดยบังเอิญ เลยทำให้ไอ้เทียนน้องรอดชีวิตแล้วเข้ากลุ่มกองโจรฝึกวิชาหมายล้างแค้นให้บิดา

เนื้อเรื่องซับซ้อนโคตรๆ เพราะความเป็นจริงแล้ว พระยาราชเสนา ตั้งตนเป็นใหญ่แล้วตั้งราชวงศ์เทพาครุฑขึ้น (ชื่อนี่ Spoil โคตรๆ) เรื่องราวจะเป็นไงต่อรอดูในหนังเองละกันครับ

(ดมเต่ากูซะ!)

 

การออกแบบตัวละคร - ขึ้นชื่อว่าปรัชญา ปิ่นแก้วมีเอี่ยวนี่ตัวละครเจ๋งแน่นอนครับ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าพ่อคอรูในองค์บาก 1 เจ้าแม่ในต้มยำกุ้ง เจ้าพ่อสายกระเทยในช็อกโกแล็ต มาถึงตรงนี้ตัวละครเจ๋งๆ ยังมาเหมือนเดิมครับ ซึ่งผมว่าหนังทุกเรื่องที่ออกมาดูเป็นการ์ตูนมากกว่าหนังไงไม่รู้

หนังไทยย้อนยุคช่วงหลังมานี่เครื่องแต่งกายเจ๋งขึ้นเยอะครับ เริ่มมีการทำการบ้านว่าชุดนี้คนใส่เป็นกลุ่มไหน อยู่ภาคใด ชาวอโยธยา ชาวต่างชาติ แต่ที่น่าแปลกคือทำไมเดี๋ยวนี้ตัวละครต่างชาติมันเยอะจังวะ ตั้งแต่พระนเรศแล้วที่ดูฉากรวมตัวละครทีไร มันต้องมีพี่ซามูไรโผล่มาด้วยทุกที แต่น่านแหละรวมๆ แล้วเจ๋งดีครับ ถ้าไม่ติดว่าพี่จาเนี่ยแต่งออกมาดูกี่ทีๆ ก็รู้สึกว่าแกดูพื้นๆ อ่ะ

อะแฮ่ม...เอาว่ากลับมาที่ตัวละครต่อครับ มีทั้งอจ.มวยจีน อจ.ดาบญี่ปุ่น อจ.นั่นโน่นนี่ ซึ่งฉากทลายตลาดทาสฉากแรกนี่ทำให้รู้สึกว่า เออแม่งเจ๋งว่ะ ตัวละครแต่ละตัวอยากก่ะหลุดมากจากเกม Fighting (มีการปล่อย"ฮาโดเคน"ด้วยเอ้า) ส่วนฉากหลังๆ ที่กลุ่มนักฆ่าโผล่มา ก็หลากหลายครับ แต่ชุด Theme ดำ ปิดหน้าปิดตา ถ้าทาสีขาวแทนแล้วไปโผล่ในเกม Assassin Creed นี่ก็ไม่น่าแปลกใจเลย หรือแม้แต่ตอนที่พี่จารำถวายพระยาราชเสนา ชุดนั้นก็เหมือนเป็น Super Hero แนวไทยๆ ได้เลยครับ

(ตัวๆ ป่ะสาด)

 

การแสดง - นี่น่าจะเป็นเรื่องที่พี่จามีบทพูดเยอะดี แต่ก็ไม่เยอะเท่ากับตัวละครจริงๆ เน้นพูดด้วยมือก่ะตีน อันนี้ก็คงต้องปล่อยแกไป

ส่วนตัวประกอบ(แต่เด่นโคตร)ที่เหลือทั้งศรันยู สันติสุข สรพงษ์ นี่เรียกได้ว่าเจ๋งครับ ออกสีหน้าท่าทางดูแล้วชัดเจนมาก   

 

คิวบู๊- ต้องพูดถึงเรอะ เจ๋งครับ แต่ช่วงแรกๆ เหมือนจับยัดเกินไปหน่อย ไม่ใช่ว่าเนื้อเรื่องไม่ดี แต่มันเหมือนจะบู๊ล้างพลาญไปนิด ทั้งๆ ที่บางจุดมันจบได้ง่ายๆ จนเหมือนยัดเยียดอ่ะครับ ยกเว้นตอนท้ายๆ ที่ทำออกมาแล้ว เจ๋งมาก อาวุธแทบทุกชนิดในหนังจีนก่ะหนังซามูไรก็เห็นมาเยอะมาก ขาดแค่ไหตัดหัวเท่านั้นมั้ง (ฮา)

(บางที่จะเรียกหมวกตัดหัว ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ใน http://en.wikipedia.org/wiki/Flying_guillotine_(weapon)) 

ด้านความสมจริงของการใช้อาวุธ อันนี้จากที่ดูหนังบู๊เรื่องอื่นๆ มาคิดว่าอันนี้ดูสมจริงสมจังมากครับ ยกเว้นแค่ดาบซามูไรที่ดูไม่เป็นศิลปะเท่าไหร่ แต่ที่ต้องชมคือดาบสกามิต้า (ดาบแขกโค้งๆ) อันนี้สังเกตุในหนังจะไม่เอาดาบนี้มาแทงเลยเพราะตามหลักแล้วนี่คือดาบเฉือนครับ (โค้งแล้วลูบไปเฉือนเนื้อง่ายกว่าดาบตรง)

แต่ในขณะเดียวกันการเน้นที่ศิลปะป้องกันชาติอื่นเยอะเกินไป จนรู้สึกว่า แล้วเพลงดาบไทยทำไมมานิดเดียวเองง่ะ แต่ช่างมันละกัน เอามันส์เข้าว่า

 

เนื้อเรื่องและการลำดับภาพ - แค่มันมีเนื้อเรื่องก็น่าตกใจแล้วล่ะครับ ซึ่งทำได้ดีเลย ถึงแม้ว่าไม่ดีมาก พอเดาได้ง่าย เดือนทางเป็นเส้นตรงไม่ซ่อนปมมากเท่าไหร่ แต่ก็สนุกดี

ในทางกลับกันการตัดต่อดำเนินเรื่องกลับออกมาแปลกๆ เพราะมีการย้อนอดีตถึงพี่จาในวัยเด็กกับอจ.มหาบัว และนางเอกก็ล่อมาตอนครึ่งเรื่องหลังจากที่คนเสพความเป็น Action ไปแล้ว ทำให้เหมือนอารมณ์มันโดดๆ แล้วมาร้อง อ๋อ เอาตอนนั้นล่ะครับ

 

โดยรวมสรุปแล้ว สำหรับคนที่อยากเข้าไปดู Action ที่มีเนื้อเรื่องเป็นของแถมก็เรื่องนี้เลยครับ

แต่ต้องทำใจว่า ดูแล้วต้องรอภาค 3 แน่นอนครับ

edit @ 7 Dec 2008 01:20:24 by คุณหมาสายตาเอียง

"สืบเนื่องจากหนังเรื่อง ปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่นที่นำนักแสดง AV จากญี่ปุ่นมาร่วมแสดงด้วย"

หรือแปลเป็นไทยง่ายๆว่า

"ปิดเทอมใหญ่ฯ ช่างกล้า เอาดาราหนังโป๊ญี่ปุ่นมาแสดง"

เจอประเด็นนี้บ่อยแระครับที่เป็นเสียงวิพากวิจารณ์จากสังคม เอาว่าผมไม่กล่าวถึงว่ามีเรื่องอะไรบ้าง แต่ผมจะกล่าวใน Entry นี้คือทำไมหนังเรื่องนี้ต้องเป็นน้องอ้อย หรือ โซระ อาโออิ ละกันครับ

(ถ้ารูปหมิ่นเหม่เกินบอกได้เลยนะครับ)

Sola Aoi หรือโซระ อาโออิ เป็นชื่อในวงการบันเทิงเท่านั้นครับ ไม่ใช่ชื่อจริงนามสกุลจริง ซึ่งแปลว่าท้องฟ้าสีคราม

เกิดปี 1983 (แปลว่าตอนนี้อายุราวๆ 24) ในวันที่ 11 เดือน 11 ครับ (เลขสวย)

สัดส่วน เอาว่าช่วงบนคัพ F

เล่นหนัง AV ประมาณ 50 กว่าเรื่องเท่าที่ทราบ (ใครเก็บครบโปรดแบ่งไม่งั้นแช่งให้เป็นหมัน) และเล่น Serie ละครต่างๆ มากมายทั้งตัวเด่นและตัวประกอบออกมาโดนฆ่าตาย

ด้วยความที่ดูน่ารัก สดใส แบ๊วๆ และ คัพ F ของเธอทำให้กลายเป็นดารา AV ยอดนิยมง่ายๆ ครับ

แต่แล้วเธอก็ลาออกจากวงการหนัง AV เพื่อเล่นหนังและซีรีย์ต่างๆ โดยไม่ต้องใช้สรีระและสิ่งที่รู้ๆ กันมาดึงดูด

แถมเธอมีแฟนแล้วด้วยครับ ได้ยินว่าเป็นนักเขียนการ์ตูนนะ

นี่น่าจะเป็นประวัติคร่าวๆ เท่าที่จำได้ครับ

 

คำถามคือทำไมเป็นดาราหนังโป๊แล้วยังเชิดหน้าชูตาในสังคมได้

สังคมญี่ปุ่นก่ะบ้านเราต่างกันลิบลับครับ บ้านเราหนังโป๊= สื่อนาจาร = สิ่งผิดกฎหมาย

สังคมญี่ปุ่น หนังโป๊= สื่อบันเทิง=ถูกกฎหมายตราบใดที่นางแบบบรรลุนิติภาวะของญี่ปุ่นและมีการเซ็นเซอร์อวัยวะเพศ ทั้งฝ่ายชายและหญิง

มีบ้างที่สังคมอาจจะไม่ยอมรับ แต่น่านแหละครับด้วยสังคมของ"เขา"ต่างกับสังคมของเรามากนัก

ในกรณีนี้ไม่ได้แปลว่าผมเห็นด้วยกับกฎหมายญี่ปุ่นนะครับ เพราะหลายๆ ประเทศกฎหมายแบบญี่ปุ่นก็ยังไม่ได้รับการยอมรับเช่นกัน

เอาล่ะครับ แล้วทำไม GTH ถึงเอาดาราหนังโป๊ญี่ปุ่นมาเล่นหนังในเรื่องนี้?

-ต้องการปั้มกระแสหนัง

-ต้องการคน Sexy XXมาขายในหนัง

-ต้องการเล่นมุขน้องอ้อย

-หรือต้องการอย่างอื่น

จากความคิดผมคือถูกทุกข้อครับ

หนังกี่เรื่องกันที่เอาความ Sexy มาปั้มกระแส ง่ายๆ และเด่นชัดสุดคือ"ไอ้ฟัก"ที่ควรจะเป็นหนังเนื้อหาหนักๆ เสียดสีสังคม แต่กลับใช้ภาพลักษณ์ของตั๊กบงกช มาทำให้กลายเป็นว่า "มาดูสิเรื่องนี้ตั๊กโป๊นะเว้ย" (โอเคหมายถึงการโปรโมตล่ะครับ)

การที่หนังต้องการคน XX มาหลอกล่อผู้ชายเข้าโรง ง่ายๆ ก็ไม่ต้องคิดมากครับ หนังฝรั่งทุกเรื่องมีผู้หญิงนมโตๆ ใส่เสื้อเห็นร่องอกเกือบทุกเรื่อง

เล่นมุขน้องอ้อย คนที่ชื่อว่า AOI ถ้าจำไม่ผิดดารา AV ญี่ปุ่นก่อนหน้านี้ก็มีอีกคมที่ใช้ชื่อนี้ครับ คนที่ดูหนัง AV กันก็จะเรียกสั้นๆ ว่า"น้องอ้อย" แทนอาโออิตลอดเวลาอยู่แล้ว

ต้องการอย่างอื่น.......

ประเด็นนี้แหละครับ คือจุดประสงค์ของ Entry นี้ ไอ้ที่พูดเยินเย้อในตอนแรกก็เป็นแค่ข้อมูลครับ

ในเรื่องราวความรักที่อาโออิเข้ามามีส่วนร่วมด้วยนั้นคือความรักต้องพิสูจน์จิตใจของแต่ละฝ่าย

เหิชายหนุ่มที่ชอบผู้หญิงญี่ปุ่น  แต่กลับมาคบกับนวลหญิงที่ดูแนวไทยๆความรักที่ยาวนาน(แค่) 3 ปี (3ปียังเด็กๆ ว้อยไอ้น้องหลังจากนั้นเอ็งจะโดนแทงข้างหลังเมื่อไหร่ก็ไม่รู้) เมื่อนวลต้องจากลาไกลไปฝึกงานช่วงปิดเทอมซะไกลที่ตรัง (ใช่ม๊ะผมไม่แน่ใจ) เขาตัดสินใจที่จะนั่งรถไฟไปหาเธอ แต่ระหว่างทางปรากฎจ๊ะเอ๋กับสาวญี่ปุ่นใสหัวใจพองโต แล้วเรื่องราวจะเป็นยังไง

คือต้องเข้าใจว่าคนอย่างเหิรชอบสาวญี่ปุ่น และผู้ชาย 100 ทั้ง 100 อย่ามาอ้างว่าไม่เคยดูหนังโป๊ (แต่ทักษพล ก็ไม่ชอบดูนะฮับ อ๊าง.......) น้องโซระย่อมเคยผ่านหูผ่านตาแน่นอน

และเมื่อเขาพบกับผู้หญิงคนหนึ่ง (ที่ในเนื้อเรื่องไม่ได้กล่าวว่าเป็นโซระ อาโออิตัวจริงหรือไม่) ที่หน้าแบ๊ว โนตม ผมยาว ขาวสวย เอ็กอึ๋ม มายั่วยวน มันเหมือนเป็นหนูแล้วโดนงูวิ่งไล่ครับ ของมันแพ้ทางโดยธรรมชาติ

 โซระถือได้ว่าเป็น Idol ของหนุ่มๆ หลายคน เป็นตัวแทนของสาวญี่ปุ่น Sexy ที่พร้อมจะเดือน 12 กับเราตลอดเวลา (หรือเราอยากจะเดือน 12กับเธอตลอดเวลา) เมื่อใครได้เจอก็เท่ากับว่าเป็นกำแพงก้าวสำคัญที่จะพิสูจน์รักแท้ครับ

ดังนี้มองว่ายังไงก็ตามการนำ โซระมาแสดงไม่ใช่เรื่องที่ผิดครับ เพราะยังไงก็เน้นเลยว่าเธอคือ ตัวแทนความ Sexy ของสาวญี่ปุ่น และบทก็ลงตัวด้วยว่าเหิรจะทำยังไงเมื่อความรักโดนคัพ F มาขวางไว้

ในส่วนของบทบาทที่เล่นเองการที่สมมุติจะใช้ดาราคนไทยอึ๋มๆ หน้าญี่ปุ่นแล้วมาแต่งเรื่องตั้งแต่แรกว่าเป็นดารา AV จาก ญี่ปุ่น ก็สามารถทำได้ครับ แต่มันจะไม่สมบูรณ์แบบเท่าในหนังครับ 

ดังนั้นเรื่องนี้ถ้าคุณสุภาพสตรีทั้งหลายไปดูพร้อมกับแฟน กรุณาอย่าตกใจกับท่าทางของเขาครับ เพราะมันคือธรรมชาติของผู้ชายครับ

หลายๆ คนอาจจะสงสัยว่าทำไม น้องแนท ที่เคยเป็นข่าวครึกโครมว่าถ่ายโป๊ ถ้าออกมาเล่นหนัง แล้วคนไทยแอนตี้ไม่เหมือนญี่ปุ่น

ต้องเข้าใจครับว่า

1.บ้านเราบ้านเขาสังคมต่างกัน

2.น้องแนท เท่าที่ทราบคือยังไม่ได้ออกจากวงการ ต่างกับอาโออิที่แขวนเต้าไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

3.น้องแนท โดนคนเกลียดมากมายเรื่องที่บอกว่า "โดนหลอกถ่ายหนังโป๊ค่ะ กระซิกๆ" แต่ VCD ออกมาเป็นกระบุง เล่นครบๆ ตั้งแต่ควบไทย ญี่ปุ่น จีน ฝรั่ง

4.จนถึงตอนนี้ผลงานของอาโออิที่อยู่บนดินก็ยังได้รับการยอมรับมากกว่าของน้องแนทที่อยู่บนดินที่ นะ.... รู้ๆ กันอยู่

สรุปได้เลยครับว่าอาโออิ คือคนที่เหมาะสมที่สุดที่จะแสดงบทเป็นอาโออิแน่นอนครับ

 

ปล.1 ผมไม่ชอบดูหนัง AV นะครับ มาทำอะไรกันก็ไม่ยู้ เขิลลลลลลล

ปล.2 ผมโกหก

ปล.3 หลายๆ คนถามว่าเดือน 12 คืออะไร ก็ปกติหมามันชอบทำอะไรกันเดือน 12 ล่ะครับ

 

 

edit @ 23 Mar 2008 21:23:12 by คุณหมาสายตาเอียง

นับว่าเป็นหนังแนว Drama Love Comady อีกเรื่องที่ผลิตจากบ้านเรา แต่ในเมื่อมาจาก GTH แปลว่าไม่ธรรมดาอย่างแน่นอนครับ หนังเรื่องนี้

หลายๆ คนอาจจะอยากดูเพราะเป็นหนัง GTH

หลายๆ คนอาจจะอยากดูเพราะเป็นหนังรัก

หลายๆ คนอาจจะอยากดูเพราะเป็นหนังวัยรุ่น

หลายๆ คนอาจจะอยากดูเพราะเป็นหนังของดาราที่ชอบเล่น

ผู้ชายเกือบทุกคนที่ไม่ชอบหนังแนวนี้ไปดูเพราะ Sora A-O-I

ผมมันพวกกลุ่มสุดท้ายครับ กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

จริงๆ หนังเรื่องนี้ต้องเข้าใจว่าเป็นหนังที่เหมือนนำหนังสั้น 4 เรื่องมาตัดต่อให้เป็นหนังใหญ่ โดยตัดต่อสลับเนื้อเรื่องทั้ง 4 ตั้งแต่เริ่มปิดเทอม จนเปิดเทอมซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดของหนังเรื่องนี้

แม้ว่าจะมีบางสถานที่ที่ใช้ที่เดียวกัน แต่ตัวละครไม่เกี่ยวเนื่อง หรือแสดงอย่างเด่นชัดว่าอยู่ที่เดียวกันเวลาเดียวกันครับ

เนื้อเรื่องทั้ง 4 มีดังนี้

รักแข่งขัน

เรื่องราวรักจากเชียงใหม่ของเด็กชาย 2 คนไม้และน้ำพุ Play Boy เด็ก เมื่อเจอกับเพื่อนเก่าที่น่ารักโคตรๆ จากการร่วมมือกัน ก็กลายเป็นการแข่งขัน ใครกันที่จะได้หัวใจน้องนานา ไปครอง

เป็นเรื่องที่ดูแล้วต้องขอบอกเลยว่าคนเขียนบทภาพยนต์ได้รับรางวัล "ส้งติงอวอร์ด" จากผมไปทันทีครับ เพราะดูแล้วไม่ว่าจะเป็นมุข ท่าทาง ความเก๋านี่ อยากจะเอาส้งติงไปเหยียบหน้าซะจริงๆ แต่ถ้าไม่ได้เจี๊ยบ-แฟนฉันและวิเชียร-เด็กหอ มาเล่นคงแสดงอารมณ์ไม่ดีขนาดนี้ แต่ข้อเสียกลับเป็นน้องอังศุมาลิน หรือน้องนานาในเรื่องที่ดูแข็งไปนิดนึง แต่ด้วยความน่ารักอย่างเป็นธรรมชาติของน้องแกก็ถือว่าทำให้เรื่องราว 3 เส้านี้โอเคเลยล่ะครับ

////////////////////////////////////////////////////////////////

รักคลั่งไคล้

เด็กสาวที่คลั่งตีตี้ ดาราโคตรดังจากไต้หวัน พยายามทำทุกอย่างเพื่อเตรียมพร้อมต้อนรับการมาเยือนในคอนเสิร์ตของตีตี้ แต่เมื่อข่าวว่าตีตี้มาไม่ได้เธอจะทำยังไง

สำหรับเรื่องราวอันนี้ผมต้องยอมรับการแสดงของน้องโฟกัสเลยครับว่าแสดงทางสีตานั้นให้มากๆ ไม่ว่าจะกรี๊ด ปลื้ม เศร้า ซึ้ง ครบรสในดวงตาเศร้าๆ คู่หนึ่ง เรื่องบทหลายช็อตถ้าเป็นคนรู้จริงจะรู้สึกว่า ไม่ค่อยสมจริงเท่าไหร่ หรือบางทีรู้สึกว่า เฮ้ย เรียนจีนมันสอนกันงั้นเรอะ และบทสรุปที่ดูจะเวอร์แบบไม่น่าเชื่อยังไงก็ไม่รู้ แต่ก็แสดงถึงเรื่องราวที่สุดซึ้งและคงจะทำให้หัวใจน้อยๆ ของคนที่เป็นแฟนคลับทุกคนเติมเต็มได้

////////////////////////////////////////////////////////////////

รักโอตาคุ

โอตาคุสายบ้าหนังอย่างโจ้ จะเป็นยังไงเมื่อเกิดคิดไม่ซื่อกับเพื่อนในกลุ่มกับน้องซี คนที่พยายามจะจีบแต่ไม่รู้วิธี จะสมหวังหรือเปล่าล่ะเนี่ย

สำหรับรักชุดนี้ ที่เรียกว่ารักโอตาคุเพราะ เพราะเอกเป็นแนวคนบ้าหนัง ถ้าเปลี่ยนจากหนังเป็นการ์ตูน เปลี่ยน DVD ที่สะสมเป็น Figure ล่ะใช่เลยครับ ในเมื่อคนที่ไม่เคยจีบผู้หญิงจริงจัง จะมาจีบใครซักคน มันย่อมแห้วเกิน 90 % แต่ก็เรียกว่าทำให้ในใจลึกๆ ของเรามันรู้สึกสงสาร สมเพษ และเอาใจช่วยคละคลุ้งกันไปในเวลาเดียวกันครับ

นอกจากนี้บทบาทของโจ้เอง เขาสามารถเล่นได้ถึงบทพอสมควร อาจจะด้วยลักษณ์ของคนใส่แว่น ด้วยมั้งที่ไม่ค่อยให้ Look ว่าเป็นหนุ่มแว่นอย่างที่ใครหลายๆ คนกรี๊ดกร๊าดกัน แต่กลับให้อารมณ์ของคน Nerd ๆ หน่อย และการเล่นบทนี้ทำได้สมบทบาทมากครับ

ในส่วนของซี นางเอกของบทรักนี้กลับรู้สึกว่าบทน้อยไปหน่อยเพราะโดยมากจะเป็นการปฎิเสธรักซะมากกว่า เลยทำให้บทในรักนี้เทมาที่โจ้เต็มๆ

 ////////////////////////////////////////////////////////////////

รัก อืม เออ....อ๊า.............. อะไรน๊ะ อ้อๆ รักต้องพิสูจน์

สำหรับรักนี้คือเรื่องราวของเหิรก่ะนวลแฟนที่คบกันมานาน เมื่อถึงวันที่บทพิสูจน์แห่งรักเข้ามา เขาทั้ง 2 คนจะทำยังไง ทำตามหัวใจ หรือทำตามหัว...(กรุณาเติมคำในช่องว่าง)

สำหรับเรื่องราวของกลุ่มนี้คือเรื่องราวการพิสูจน์ล้วนๆ ครับ ทั้ง

-ระยะทางทำให้รักเปลี่ยนไปไหม

-ผู้หญิงคนอื่นทำให้รักเปลี่ยนไปไหม

-ฝ่ายที่ทำผิดพลาด ควรจะให้อภัยไหม

เรื่องนี้เป็นประเด็นพอควรเพราะการนำอดีตนางแบบและนักแสดง AV Sora AOI มาแสดง ทำให้ผู้ปกครองหัวโบราณหลายๆ คนต้องออกมาด่าทอ GTH ทันที แม้กระทั่งใน Pantip ก็มีคนตั้งกระทู้จนตอนนี้น่าจะโดนลบหรือจขกท ลบไปเองแล้ว

ในกระทู้นั้นก็ไปตอบเหมือนกันครับในนามของ ทล-ษ-พัก คห.2 เอาว่าประเด็นนี้เดี๋ยวค่อยยกมาเป็น Entry หน้าละกัน

แต่ถ้าเราไม่มองว่า AOI เคยทำอะไรมาก่อน ก็เป็นเรื่องราวที่ลงตัวเลยครับ เพราะมันทั้งขัดแย้งกันในอารมณ์หลายๆ ด้าน ทำให้เราเห็นความรักในอีกรูปแบบหนึ่งที่เรียกว่ามีทั้งด้านสว่างและมืดในเวลาเดียวกัน 

ส่วนของน้องอ้อย พูดเลยครับว่าถ้าคุณเป็นผู้ชาย ตั๋ว 120 บาท เป็นน้องอ้อยไปแล้ว 100 นึงครับ อีก 20 ปันให้ฉากสระว่ายน้ำเชียงใหม่ละกัน 5555+ เพราะน้องอ้อยแก แบบ ทั้งทูพีซ ทั้งกระเพื่อม ทั้ง อะซะละบะฮึ๊มมมมม สมแล้วที่เป็นอดีตดารา AV ครับ โดยน้องอ้อยก็แสดงดีด้วย(ไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้นนะครับ) รวมองค์ประกอบ นี่คือรักที่ครบรสกว่ารักอื่นๆ ครับ

 ////////////////////////////////////////////////////////////////

สำหรับเรื่องนี้ ไม่แนะนำว่าคุณต้องชอบหนังรักหรือหนังกุ๊กกิ๊กถึงต้องดูนะครับ แต่เป็นหนังที่คุณอยากดูหนังดีๆ ซักเรื่อง เพลงประกอบดีๆ องค์ประกอบศิลสวยๆ ผมว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่พลาดไม่ได้อย่างเด็ดขาดครับ

ปล. เรื่องนี้ทำให้ผมอยากไปเชียงใหม่

ปล.2 เห็นน้องนานาแล้วทำให้ผมรู้สึกว่า "เรียกพี่ว่าโกโบริเถอะจ๊ะ"

ปล.3 ฉากสระว่ายน้ำที่เชียงใหม่ เป็นเครื่องตอกย้ำว่า ผมอยากไปเชียงใหม่

ปล.4 เพื่อน้องซีที่เป็น สาวแว่นโดนใจมาก

ปล.5 ถ้าคุณเป็นผู้ชาย ดู Sora ในชุดว่ายน้ำ กระเพื่อมไปกระเพื่อมมา ดูดีกว่าผลงานเก่าๆ ของเธอเป็นไหนๆ

ปล.6 ได้ยินข่าวว่างานประจำก็ยังไม่เสร็จหนีไปดูหนัง+แอบมาอัพบล็อกตอนตี 4 ครึ่ง

ปล.7 แล้วไอ้ที่มึงจะอัพ Entry ต่อไปไม่เกี่ยวก่ะเกมเมืองนอกเรอะ

ปล.8 ปล.ปกติเขามีอัน 2 อันนะเว้ย

edit @ 22 Mar 2008 04:50:44 by คุณหมาสายตาเอียง

edit @ 22 Mar 2008 04:51:35 by คุณหมาสายตาเอียง