เมื่อผมพบกับองค์ศาสดาและเชียงใหม่
posted on 03 Dec 2008 22:33 by takathenec in Chill
ไม่ต้องถามเพิ่มได้เลยครับว่าองค์ศาสดานี่ ศาสดาลัทธิอะไร ขนาดนิ้วที่ประกบกัน (อร๊าย)ยังเป็นแว่นเลย 555+
ไปเชียงใหม่ในวันที่ 22 กับ 23 มาครับ ลางานไปขายของที่งาน Comic party พร้อมถ่ายทำมายัดในรายการด้วย
โดยรวมเรียกได้เลยครับว่าการขายครั้งนี้นี่ เจ๊งสนิท มิตรส่ายหัว
แต่ถือว่าเป็นการเปิดหูเปิดตามากกว่าครับ เพราะว่านานแล้วที่ไม่ได้ขึ้นเหนือเลย หรือออกต่างจังหวัด เพราะมีความเชื่อฝังหัวลึกๆ ว่า ต่างจังหวัดมันต้องมีแมงมุมตัวใหญ่ๆ แอบซ่อนตามหลืบที่ไหนซักที่แน่ๆ อี๋ๆๆๆ
แต่ไปคราวนี้ จากที่ไปตอนเด็ก ทำให้รู้สึกรับรู้อะไรมากขึ้นครับ
สิ่งที่แตกต่างจากกทม.แดนฟ้าอมร
1.เชียงใหม่คือเมืองที่เหมือนญี่ปุ่นโคตรๆ
ที่ว่าเหมือนญี่ปุ่นคือ ทุกที่มี Concept เกือบหมดเลยครับ เดินไปแล้วแทบจะพูดได้ว่าร้านนี้มีฉายาว่าอะไร ร้านนี้เด่นตรงไหน แตกต่างกับกทม.ที่มันเหมือนออกมาเป็นรุ่นผลิตจำนวนมาก อะไรๆ ก็ซ้ำกันหมด เดินเข้าห้างนี่เจอร้านข้าวมันไก่ขายเหมือนกันเดี๊ยะๆ 3 ร้าน
(มาตรว่า ทั้งชีวิตเจอแต่ จิม แล้วบังเอิญเดินมาเจอกันดั้ม)
เดินท่าแพ เดินวัวลายนี่เจอแต่ของไอเดียเจ๋งๆ นอกจากสินค้าคนขายเองก็งัดไม้เด็ดมาโชว์อีก เจอร้านขายนมขนมปัง (หรือเครื่องดื่มอย่างเดียวมั้ง) ที่เป็นป้ามีอายุ แต่ขอโทษ ขายหลังรถตู้ ติดไฟมีสีสันต์ พร้อมใส่ชุดและปลอกแขนผ้าสีชมพูแป๊ด ถ้ามากรุงเทพคงแลดูคล้ายๆ ลีน่าัง แต่ดูไปดูมากลับทำให้จำได้ว่าร้านนี้มีเอกลักษณ์ยังไง
หรือแม้แต่นักดนตรีที่พิการทางสายตา ในกทม.ก็มักจะสีสอ ขายล็อตตารี่ แต่ที่นี่ตั้งเป็นวง บรรเลงเพลงครับ น่าสนับสนุนความพยายามมากกว่าใช้ความน่าสงสารเข้าแลกกับเงินเยอะ
ถ้าใครขาดไอเดียคิดงาน เดินถนนคนเดินซักรอบ 2 รอบ คงได้ไอเดียดีๆ อะไรกลับบ้านแน่นอน
และที่สำคัญคือคนญี่ปุ่นเยอะโคตร ได้ยินเหมือนกันว่าขนาดมีการตั้งกงสุลกันที่โน่นเลย ถึงจำนวนอาจจะไม่เท่ากทม. แต่เทียบอัตราส่วนแล้วน่าจะเยอะกว่าแน่ๆ ครับ
2.ระเบียบ
เป็นเมืองที่สงบและทุกคนเคารพกฎครับ เห็นชัดๆ ขอใกล้ตัวคือเรื่องบุหรี่
คุณภู่เคยบ่นว่า กทม. "ป้ายห้ามสูบบุหรี่" มีไว้ไม่ได้ช่วยอะไรเลย อันนี้งงสิครับ เพราะในกทม.มันไม่ได้ช่วยอะไรจริงๆ ศุบหน้าป้ายตำรวจไม่จับ ไม่มีใครทำอะไร แต่ที่โน่น ขนาดจะสูบบุหรี่ทั้งที เดินสูบธรรมดาไม่ได้นะครับ ต้องไปตามที่ๆ เขาจัดไว้ให้
ไอ้เราตอนแรกๆ ก็มึนๆ ทำไมถนนไม่มีขี้บุหรี่เลยวะเมื่อเทียบก่ะกทม.ที่เดิน 10 ก้าวเจอแน่นอน 1 ชิ้น (หรือมากกว่า)
นอกจากนี้ถนนการจราจรก็เป็นระเบียบสุดๆ จนบางทีคิดเลยว่า ถ้ากรูขับรถที่นี่กรูคงเหยียบสบายแล้ว ซัดซ้ายป่ายขวา จนตอนที่นั่งรถเห็นคันไหนผิดกฎ หรือขับดูเลวๆ พอเหลือบไปที่ป้ายทะเบียนก็กรุงเทพล้วนๆ ครับ
3.สาวเหนืองามแต้
แม่เจ้าพระคุณรุณช่องเอ้ย สาวเหนืองามแต้ (ขออณุญาตออกแนวหื่นนิดๆ)
ทุกคนเรียกได้ว่าไม่สวยเด้งเช้งกระเดะแบบสาวกรุงเทพ แต่งามธรรมชาติครับ อย่าง Pretty ตามงานเกมหรือ Motor Show อาจจะดูสวยใส แบ๊ว จมูกเด้ง ไฟหน้าเชิด แต่สุดท้ายแล้วคือความสวยงามที่ปรุงแต่ง ต่างกับสาวเหนือที่ไม่แต่งหน้าก็งามหลายๆ ดูสดใสเป็นธรรมชาติ อาจจะเป็นเพราะอากาศที่หนาวเย็นทำให้รูขุมขนบนใบหน้ากระชับได้รูป มลภาวะ ไม่เยอะเท่ากทม. ทำให้ออกมาดูเนเฌอรั่ลมากมายก่ายกอง แลแล้วอยากไปหาป๊ะป๋าสมัครเป็นเขยให้รุ้แล้วรู้รอด บางคนรู้ว่ามีอายุแล้ว แต่ก็ดูสวยเปล่งปลั่ง ไม่ต้องไปฉีดยาให้ขาวก็เด้งได้
ที่สำคัญ คุณพระ! แม้กระทั่งแม่ค้าขายลูกชิ้นหน้ามัน ยังดูน่าตะลึงตึงๆ เลยล่ะครับ
รอยยิ้มพิมพ์ใจ
รอยยิ้มจากใจ ใช่แอ๊บแบ๊ว
รอยยิ้มแบบนี้คือยิ้มสยามที่หาไม่ค่อยได้ในสยาม (สแคว์)
4.แต่สาวเจียงใหม่ ไม่อู้คำเมือง (กับคนแปลกหน้า และคนหน้าแปลก T____T)
อันนีีเน้นเลยนะครับว่า สาวเหนืออู้คำเมืองเป็นอะไรที่ "น่ารักโคตรๆ" แต่ตอนที่สัมภาษณ์แต่ละคนพอถามว่า"ขอพูดเหนือได้ไหมจ๊ะ?" คำตอบคือ
"จะดีหรือพี่"
"หนูพูดไม่ค่อยชัดนะ"
"ไม่เอาอ่ะค่ะ"
"....." (เดินหนีไปเรียบร้อย)
แล้วค่อยมาถึงบางอ้อตอนคุยกับอจ.มหาลัยพายัพ ว่าเขาจะพูดกันเฉพาะในกลุ่มเพื่อน แต่เขิลที่จะพูดกับคนนอก
คุณน้องทั้งหลายครับ การที่มีคำว่า "เจ้า" ลงท้ายมันเป็นอะไรที่สุดแสนจะโมเอะ (แบบไทยๆ) มากๆ เลยนะครับ
T^T จัดตั้งโครงการ "สาวเหนืออู้คำเมืองกันเถอะ" (ส่วนผู้ชายช่างแม่ง ชิ)
5.(ยังคงพูดถึงสาวๆ) กล้าแสดงออกมากๆ
คือปกติผมทำรายการจะสัมภาษณ์คนกทม. ส่วนใหญ่มักจะ
"อายอ่ะพี่"
"เขิลอ่ะค่ะ"
"ออกทีวีป่าวพี่ ถ้าออกหนูไม่สัมภาษณ์นะ"
"....." (เดินหนี)
อะเออ....คุณน้องครับนี่ถ่ายสัมภาษณ์ความเห็นนะครับ ไม่ใช่จะฉุดคร่า เดินหา 10 คนสัมภาษณ์แค่ 1
แต่สาวเชียงใหม่หาเป็นเยี่ยงนั้นไม่
"หนูพูดไม่เก่งนะค๊ะ" (แต่ก็พูดรัวเป็นน้ำไหลไฟดับ)
"จะดีหรือค๊ะพี่" (แต่ก็พูดยาวได้ประเด็น)
"แหะๆ ช่องไหนอ่ะค๊ะ" (แล้วก็ไหลยาวหลุดประเด็น T^T)
เดินหา 10 คนสัมภาษณ์ 9 อารมรื อืมๆ ....ต่างกันดีเนอะ หรือว่าชินแล้วล่ะหว่า
6.อาหารถูกและดี
ไปกินอาหารที่โน่นนี่ใครจะเชื่อว่าเจอราเม็งชามบะเริ่มเทิ่ม ราคา 30-49 บาท
อร่อยกว่าไอ้"เลข 8" ก่ะไอ้ "อร่อย" ด้วย เผลอๆ เทียบชั้นกับ "ราเม็งตายอิ" ได้เลยครับ
ในขณะที่อาหารอื่นๆ ก็อร่อยไม่แพ้กัน เมืองไทยขึ้นชื่อว่า "อาหารอร่อยและถูก" (คอนเฟิร์ม! S'pore มาเลย์ ไต้หวัน อาหารแพงและไม่อร่อยเลย)
แต่เชียงใหม่อาหารถูกโคตรๆ และอร่อยโคตรๆ อร่อยกว่ากทม.ซะอีก ขนาดว่าเสียวๆ มันจะเป็นรสชาติคนเหนือหีรือเปล่าวะ แต่ก็ยังอร่อย แทบไม่ต้องปรุงเพิ่ม เอาไว้ไปคราวหน้าจะฟาดให้เรียบครับ
7.คุณภู่
เขาเป็นชายในฝันของทักษพร เลยล่ะฮ๊อ อร๊างงงงงง....
อย่าคิดไปไกลครับ เขาคืิอชายในฝันผมจริงๆ ด้วยผลงานที่ผ่านๆ มาฝีมือ การคิด การ Create ออกมาผมเชื่อว่า นี่ล่ะครับคือคนที่จะสร้างอะไรที่ยิ่งใหญ่แบบ a Day(รัด-ฉาน) หรือว่า Fat(al) [พะงาบๆ] ในยุคต่อไปได้
แนวคิดที่เป็นเอกลักษณ์ การนำเสนอที่ไม่ซ้ำใคร ที่ไม่ว่าใครดูแล้วต้องอดยิ้มไม่ได้
นี่ล่ะครับคนที่ผมมองว่าเขาคือ Creative ในฝันเลย
และที่สำคัญท่านคือองค์ศาสดาผู้เผยแพร่ลัทธิ b-d อีกด้วย เรียกได้เลยครับมาเที่ยวนี้คุ้มเพราะเจอท่านภู่นี่แล
จริงๆ แล้วอาจจะเป็นเพราะเชียงใหม่คือเมืองที่ออกแนว อาร์ตๆ ด้วยหรือเปล่า แนวคิดเลยต่างกับจังหวัด Mass Production อย่างกรุงเทพ?
จริงๆ มีอีกเยอะแยะมากมายเลยล่ะครับที่อยากจะพูดถึงเชียงใหม่ บ้านเมืองเป็นระเบียบ อากาศที่เย็นสบาย ทำให้เรามานั่งคิดว่า สุดท้ายแล้วการที่เป็น"มหานคร" ของ"กรุงเทพ" มันคือเรื่องที่ดีจริงๆ หรือ?
การที่บุตรหลาน คนยุคต่อไปเกิดมาโดยอยู่ในสังคมผลิตจำนวนมาก สังคมที่แข่งขันกัน สุดท้ายแล้วจิตใจเราก็จะไม่แตกต่างจากคนอื่นหรือเปล่า? การที่เราหาตัวตนของเราเองไม่เจอเป็นเพราะสังคมซ้ำๆ กันหรือไม่?
แต่ที่แน่ๆ ไว้แก่ๆ จะไปอาศัยที่เชียงใหม่ถาวรแน่นอนครับ ^^
ปล.1 รับสมัครสาวเหนือ (ใส่แว่น) ดูแลหัวใจนะครับ
ปล.2 เจอรายการเพิ่มมาอีกรายการนึงแล้ว ช่วยเอาปืนมายิงกรูที
@DeuiL
หึหึหึหึ ไม่แน่
@คุงโก๋
พระเจ้าจ็อดมันยอดมากครับ
@ทั่นแชมป์
ผมฉี่รดจองไว้แล้วนะครับ 5555+
@คุง Kut คุง
อยู่ในเทปที่อัดไว้น่ะครับ เครื่องที่ออฟฟิตไม่มีโปรแกรมด้านการตัดต่อ เลย Export รูปออกมาไม่ได้ครับ กอรป กับยังขี้เกียจแค็ปรูปออกมาด้วยครับ :p
edit @ 4 Dec 2008 02:20:36 by คุณหมาสายตาเอียง
[TooTooN]
Aklare : เอแคลร์
เดี๋ยวไปจีบคุณภู่เหมือนกัน
มาสเตอร์แชมป์
#1 By DeuiL on 2008-12-03 23:48