ชีวิตมีให้เรียนรู้ ไม่ใช่มีไว้ให้เรียน
posted on 30 Apr 2008 00:42 by takathenecมันเริ่มมาจากคนที่รู้จักบางคนมันบ่นเอาน่ะครับ
"กูล่ะอิจฉามึงจริงๆ นะ ได้ทำงานอย่างงี้ด้วย ต่างจากกูที่ บลา~บลา~บลา~....."
ความคิดในใจทักษพลคือ "ส้มจีนเหอะครับ!" ผมมันก็คนเดินดิน กินกลางทรายเหมือนคนในโลกนี้เหมือนกันหมดแหละคร๊าบ
แถมถ้าเอาจริงๆ ผมมันไม่ได้มีโอกาสเหมือนใครหลายๆ คนด้วย รูปไม่หล่อ พ่อไม่รวย เอ็นท์ไม่ติด เรียนไม่ดี ไม่มีความสามารถทางกีฬา หน้าไม่ใส (แต่ออกแนวไสยศาสตร์ลงโทษ) ไม่ได้จบนอก จบหรู
ที่ผ่านๆ มามันก็แค่"มีโอกาสกูก็ตะครุบ"เท่านั้นล่ะฟร๊ะ
หลายๆ คนตอนเด็ก พ่อแม่มักสอนว่า "เรียนเข้านะลูกวันนึงจะได้เป็นเจ้าคนนายคน มีการงานที่ดีจะเจริญๆ" ในวันนี้ ด้วยความเคารพครับ "ป๋า แม่ เอิ้นว่าไม่จริงอ่ะครับ"
ชีวิตของใครหลายๆ คนก็จะเรียนในเวลาเรียนหรือวัยเรียนเท่านั้น ซึ่งผมว่าผิดถนัดครับ สิ่งที่เราต้องทำคือเรียนรู้ต่างหาก
ด้วยปัจจุบันที่การศึกษาบอกตรงๆ ว่าไม่ได้ทำให้คนเจริญขึ้นเท่าไหร่ การเรียนการสอนในโรงเรียนเป็นอะไรที่ถ้าเรียนตามตำรา เอาชีวิตรอดในสังคมไม่ได้หรอกครับ แต่หลายๆ คนก็ตะบี้ตะบันที่จะเรียนมันเข้าไปโดยไม่สนใจที่จะเรียนรู้เลย มีบางคนที่เห็นว่าตอนเรียนมันเรียนเก่งโคตรๆ แต่จบออกมาแล้ว อะเออครือ.... เข้าออกงานเป็นว่าเล่น
ในขณะที่ไอ้คนที่มันเป็นนักเลงอยู่หลังห้อง ตอนนี้มีธุรกิจของตัวเองไปแล้ว
แล้วการเรียนกับการเรียนรู้ต่างกันตรงไหน?
การเรียน ตรงตัวคือเรียนตามตำรา อจ.สอน ก ข ค ก็เรียน ก ข ค ซึ่งหลักๆ แล้วเชื่อผมได้เลยว่าความรู้เกินครึ่งที่เราเรียนในโรงเรียนไม่ได้ใช้ในชีวิตจริงหรอกครับ (แต่ไม่ได้แปลว่าให้เลิกเรียนนะ)
แต่การเรียนรู้คือการเรียนทุกสิ่งที่เข้ามา ตั้งแต่การเข้ากับคน+สังคม การวิเคราะห์สถานการณ์ การทำกิจกรรม ซึ่งเราสามารถเรียนรู้ได้ทั้งชีวิต เพราะในช่วงชีวิตต่างๆ ตำแหน่ง เวลา และสถานที่ที่แตกต่างกัน สิ่งที่เราเรียนรู้จะไม่เหมือนกัน
เวลาเราทำงาน เราก็รู้วิธีที่จะทำงาน เสนอผลงาน ดูเล่ห์เหลี่ยมของคู่ค้าทางธุรกิจ หรือแม้แต่การหักเหลี่ยมเฉือนคมก่ะคนที่แตกต่างจตากเรา ทั้งคุณวุฒิ หรือวัยวุฒิที่สูงกว่า
หลายสิ่งหลายอย่างที่คุณจะเรียนรู้ได้คือสิ่งนอกตำราล้วนๆ
ตอนที่เราเรียน คนที่เรียนเก่งที่สุดคือหัวหน้า แต่ความเป็นจริงคนที่เป็นหัวหน้าหรือฝ่ายบริหารไม่จำเป็นต้องเป็นคนเก่ง แต่เป็นคนที่เข้ากับคนเก่ง รู้จักว่าใครเป็นคนเก่ง แล้วจับคนให้ถูกกับสถานการณ์ (Put the right man on the right job) ซึ่งตรงนี้ ทั้งชีวิตผมที่"เรียน"มาไม่เคยเจอที่ไหนสอนเลย กลายเป็นต้อง"เรียนรู้"เอาเองล้วนๆ
โอกาสก็เป็นอีกสิ่งหนึ่ง แต่ในเมื่อโอกาสมันไม่มี เราก็ต้องคว้าด้วยตัวมันเอง พยายามเอาสิ่งที่เรียนและเรียนรู้มาทำให้ตัวเองโดดเด่นที่สุด เหมือนตะปูอ่ะครับ โนสอุดมเคยกล่าวไว้ว่า
"คนเก่งเหมือนตะปู ที่ตอกไม่สนิท ยิ่งเก่งเท่าไหร่ ยิ่งโผล่ออกมามากเท่านั้น วันนึง คนมันต้องมาสะดุดเข้าซักวัน"
ถ้าไม่คิดจะทำให้ตัวเองโดดเด่น ไม่คิดที่จะก้าว ไม่คิดที่จะแสวงหาโอกาส แล้วโอกาสที่ไหนมันจะมากระแทกหน้าใส่ให้ล่ะครับ
ถ้าใครมาบ่นว่า
"เรียนมาตั้งเยอะ แต่ทำไมชีวิตกรู อย่างนั้นอย่างโน้นอย่างนี้"
หรือบ่นว่า
"ทำไมกูไม่มีโอกาสเหมือนคนอื่นวะ"
ขอบอกเลยว่า "โอกาสไม่มีมันก็ต้องไคว่คว้า ส่วนชีวิตมันอยู่นอกตำราล้วนๆ ครับ"
แค่นี้ล่ะครับ ที่อยากจะบ่น ฮ่วย ไอ้ส้มจีน!
ปล.1 ผมไม่ได้หมายความว่า ให้เลิก"เรียน"แต่ให้ทุกคน"เรียนรู้"ไปด้วยตลอดทั้งชีวิตนะครับ
ปล.2 คิดไปคิดมาชักเสียดายความรู้ตอนมหาลัย เรียนนิติมาทำนิเทศนี่อย่างก่ะนักดาบอัพแต่ Int
ปล.3 แต่สิ่งที่ผมยังเรียนรู้ไม่พอคงเป็นเรื่องของความรัก ใครจะพอช่วยสอนเพิ่มได้ไหมครับ กิ๊ววววววว~~~
ปล.4 ขอขอบคุณทุกท่านที่มอบดราก้อนบอลให้งับ ^^ ครบ 7 ลูกจะเอาไปเรียกเทพเจ้ามังกร
edit @ 30 Apr 2008 22:16:13 by คุณหมาสายตาเอียง
สอนเค้าด้วย ช่วยกันๆ ได้ไหมครับ กิ๊วววววววววววววว ~~~~~
ทำไงดี รู้สึกถูกใจ รับดาว
#1 By ใบไม้หลากสีสัน on 2008-04-30 01:56