ประสบการณ์ที่ข๊าพเจ้าได้จากการ Casting นักพากย์
posted on 08 Jan 2008 21:45 by takathenec in FGTVแหม๋เขียนหัว Entry เป็นรายงานส่งอาจารย์เลยแหะ
ก่อนอื่นเลยต้องขอขอบคุณริงๆ สำหรับนิตยสาร Otaku ที่ช่วยโปรโมทเรื่องรับสมัครนักพากย์เสียงให้ในครั้งนี้นะครับ เดี๋ยวไงจะไปขอบคุณแบบถึงลูกถึงคนอีกทีล่ะครับ
เอาล่ะมาเข้าเรื่องของเราเลยดีกว่า จากที่ผ่านมามีนักพากย์มาทดสอบอยู่ที่ราวๆ 10+คน มีแบบที่พอมีแวว และแบบที่ขอเก็บไว้พิจารณาก่อน ซึ่งผลต้องรอบอสใหญ่เป็นคนฟันธงอีกที ซึ่งผมเชื่อว่าหลายคนคงอาจจะผิดหวังเพราะนักพากย์ที่ผมรับสมัครนั้นไม่ใช่ Voice Actress แต่เป็น Narrator มากกว่า อาจจะไม่ตรงสายนัก แต่อย่างน้อยๆ ก็ขอเอาจุดนี้มาเป็นอีกเวทีทดสอบฝีมือละกันเนอะ เอิ้กๆๆๆๆ เอาล่ะครับสำหรับ Entry นี้ก็เลยขอพูดถึงประสบการณ์ที่ได้จากการ Casting เสียงของหลายๆ คนกันก่อนเลยนะครับ
-1-การเน้น การผ่อน การใส่จังหวะ
หลายๆ คนที่มาจุดนี้คือจุดที่ประสบปัญหามากที่สุด คือสคริปที่มายาวเป็นพรืด (1หน้ากระดาษ) สำหรับคนที่ไม่เคยพากย์ หรือทดลองจริงจังจะมาตกม้าตายจุดนี้เป็นจำนวนมากครับ เพราะการเน้น บางคนก็เน้นมันซะทุกประโยค หรือบางคนเว้นวรรคเกือบทุกรอบ กลายเป็นปัญหาทำให้เสียงดูไม่น่าเชื่อถือ หรือฟังแล้วพาลจะหลับเอา
การพากย์เราต้องยึดตัวละครที่เราพากย์เป็นหลัก บางทีถ้าต้องพากย์เป็นเสียงเด็ก สตรี คนชรา ก็ต้องพยายามให้น้ำเสียงดูน่าเชื่อถือว่าเราคือคนนั้น รวมไปถึงการใส่ลูกเล่นต่างๆ อย่างกรณีของผมนั้นความน่าเชื่อถือ ความน่าสนใจและลูกเล่นถือเป็นจุดสำคัญ แต่กลายว่าหลายๆ คนกลับ Focus ที่การพากย์ให้ถูกต้องตามสคริป เลยพลาดที่จะใส่รายละเอียดในส่วนอื่นๆ ไป
คิดว่าจุดนี้เกิดขึ้นจากประสบการณ์มากกว่า เพราะเจอคนที่เป็นนักพากย์มืออาชีพอยู่แล้วมาพากย์เสียง เขาก็จะรู้ตรงไหนใส่ลูกเล่นได้ เน้น หรือปล่อยยาวในจังหวะไหนบ้าง แต่น่านล่ะครับ ของผมเองไม่ได้ก่ะเอานักพากย์มืออาชีพอยู่แล้ว แต่ก็ขอยกมาเพื่อเป็นจุดเปรียบเทียบละกันครับ
-2- คำควบกล้ำ ร/ล
จุดนี้หลายๆคนอาจจะคิดว่า ต้องเน้น "ร" หรือ "ล" ขนาดไหน อันนี้จากประสบการณ์ผมเองคือ ไม่ต้องเน้นให้เด่นชัดครับ ให้มันออกเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องฝืนไม่ต้องเน้นเหมือนให้มันหลุดมาด้วยนิดๆ หน่อยๆ ก็พอแล้ว และเชื่อสิว่าขนาดเป็นผู้ประกาศข่าวบางครั้งยังไม่สามารถเก็บรายละเอียดในจุดนี้ได้ 100% เลยครับ
แต่คำควบกล้ำ เนี่ยสิครับ ค่อนข้างมีปัญหาเลยแหละ เพราะบางคำเช่น "กลาง" หลายๆ คนไปออก"กาง"ซะส่วนใหญ่น่าจะมาจากความเคยชินในชีวิตประจำวันมากกว่าครับ แต่จุดนี้ก็เน้นเหมือนเดิมครับว่าไม่ต้องเน้นเหมือนกับ "ร" และ "ล" แต่ให้มันมีเพื่อแบ่งแยกคำหน่อย ส่วนหนึ่ง ร/ล ปกติเวลาพูดเราก็จะรู้อยู่แล้วว่าคำนั้นแปลว่าอะไร แต่ในขณะเดียวกันคำควบกล้ำ เนี่ยสิตัวปัญหา เพราะ "กลาง" กับ "กาง" มันเป็นคำคนละความหมายโดนสิ้นเชิง
-3-การเข้าอบรมไม่ได้ช่วยอะไรเลย
ข้อนี้ต้องขอบอกเลยว่าคำๆ นี้ไม่ได้มาจากผมครับ แต่มาจากนักพากย์มืออาชีพหลายๆ คนที่รู้จัก บางคนที่มาพากย์เสียงนั้นบางคนจะผ่านการอบรมอะไรซักอย่างเกี่ยวกับเสียงจากซักค่าย ซักสถาบัน แต่ผลที่ออกมาพบว่า ไม่เวิร์คครับ จริงๆ แล้วการที่จะพากย์ได้นั้นมันประกอบด้วยอะไรหลายๆ อย่างอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น ผมไม่ทราบนะครับว่าเวลาเข้าอบรมเขาสอนอะไรเราบ้าง แต่จากร้อยทั้งร้อย นักพากย์เกิดจากการฝึกฝน พรสวรรค์ และความโชคดีทางกายภาพครับ
การที่เราจะได้เป็นนักพากย์ มันก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเราอบรมที่ไหนมา ส่วนหนึ่วงเกิดจากความสามารถที่โดดเด่น มาตรว่าเป็นเพชรในตมที่บังเอิญเจอ เสียงที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น หรือไม่ก็จับพลัดจับผลูครับ
(ข้อนี้ไม่ได้แปลว่าสถาบันอบรมทุกที่จะไม่ดีนะครับ แต่ไงขอให้ดูๆ ก่อนว่าเราต้องเสียเงินเท่าไหร่เพื่อแลกกับอะไรมาบ้าง)
-4-ความมั่นใจ
จุดนี้ถือเป็นจุดสำคัญที่สุด เพราะสิ่งที่เรานำเสนอไปคือเสียงล้วนๆ น้ำเสียงคือสิ่งชี้ว่าเรากำลังอยู่ในสภาพไหน กำลังทำหน้ายังไง ต่อให้เรายิ้ม ก็ไม่ได้แปลว่าเสียงเราจะยิ้มตาม (ขออภัย Call Center D Tac ทุกท่าน) ในทางกลับกัน เสียงอาจจะดูสดใสร่าเริง แต่จริงๆ แล้วเราทำหน้าบึ้งเป็นทวารหนักก็เป็นได้
หลายคนที่มาพอพลาดผิดปุ๊ปก็หลุดปั๊ป บางคนเล่นเอาหมดสภาพไปเลยก็มี หรือบางคนพอเริ่มไม่มั่นใจในอะไรซักอย่างเช่น ไม่มั่นใจในการลงจังหวะ ไม่มั่นใจในน้ำเสียง หรือไม่มั่นใจในอะไรซักอย่างที่เราคิดว่าเรากำลังไม่มั่นใจอยู่แน่ๆ ก็ล่มซะงั้น
พากย์ผิดอย่าคิดมาก ขนาดนักพากย์มืออาชีพไม่ใช่โยน Script ให้แล้วเขาจะพูดไม่ผิดเลย จริงๆ แล้วผิดระนาวครับ แถมกลายเป็นเรื่องฮา(ที่บางทีฮาไม่ออกสำหรับช่างตัดต่อเสียง) อย่างเกม Medal of Honor ภาคที่ต้องโดดร่ม จริงๆ การโดดร่มเป็นแค่ช่วงเปิดประมาณ 3 บรรทัด แต่นักพากย์จริงๆ บางคนเขาล่อไป 3 นาทียังไม่ถึงพื้นเลยก็มี แต่ทำไมพากย์ผิดเยอะ แต่กลับได้เป็นนักพากย์ที่ดีกว่าคนที่พากย์ลื่นล่ะ ส่วนหนึ่งเพราะความมั่นใจนั่นแหละครับ โปรแกรมที่ตัดต่อมันไม่ใช่ตัดแล้วต่อไม่ได้ อย่าไปคิดมาก ถ้าพลาดก็เว้นซักนิด แล้วกลับไปพากย์ประโยคนั้นใหม่ เท่านั้นเองครับ
......แล้ว.......แล้ว.......แล้ว.......ทำไงถึงเป็นนักพากย์ที่ดี?
เหมือนถามว่าจะไปคาเนกี้ฮอลต้องทำไงนั่นล่ะครับ มันต้องฝึก ฝึก และก็ฝึก ฝึกอ่านเยอะๆ อ่านบ่อยๆ อ่านออกเสียงดังๆ เพื่อบริหารเนื้อเสียง ยิ่งเราคุมเนื้อเสียงได้ดีเท่าไหร่ เรายิ่งจะสามารถสร้างความหลากหลาย Style และความโดดเด่นของเราได้มากขึ้นเท่านั้น ทุกคนเสียงไม่เหมือนกัน บางคนเสียงเป็ด บางคนเสียงขึ้นจมูก บางคนเสียงสั่น เราต้องฝึก บางทีพยายามทำให้ปมด้อยเป็นปมเด่น พยามฝึกให้มีเอกลักษณ์ แล้วเราก็จะรู้ว่าเสียงเป็ดก็เป็นหงส์ได้
......แล้ว.......แล้ว.......แล้ว.......ฝึกกันยังไงดีล่ะ?
ก็อ่านนั่นแหละครับ แต่ส่วนตัวผม ผมยังไม่ใช่นักพากย์ที่เก่งหรือดี แต่ผมก็ฝึกตัวเองด้วยวิธีสวดมนต์ครับ ชินบัญชรเนี่ยแหละความยาวกำลังดี จากตอนแรกที่กระท่อนกระแท่น ตอนนี้ไม่ต้องมีเนื้อก็อ่านได้ ซึ่งช่วยในการฝึกหายใจด้วย ทำให้เราหายใจ 1 ฮึ๊บแล้วสามารถพากย์ได้ยาวกว่าคนอื่น คุมการออกเสียงบ้าง ให้เสียงสูง ต่ำ ใหญ่ เล็ก บ้างเป็นบางเวลา
แต่ถ้าอยากหักดิบก็ต้องหา Producer ที่โหดๆ ครับ ผมเจอในช่วงแรกๆ คือ Pro คนเก่าเขาเข้มมากๆ และถือว่าเป็นอาจารย์ที่ดีด้วย Take ทุกครั้งที่ผิด พร้อมทั้งสอนเรา แต่ก็น่านอ่ะครับ Take แบบหักเลยบางทีก็เหวอ+สลด+ความมั่นใจในตัวเองหดหายไปบ้างเหมือนกัน
......แล้ว.......แล้ว.......แล้ว.......Comment จากคนอื่นอ่ะ?
เราเก็บคำสรรเสริญเยินยอ หรือคำด่าทอไว้กับตัวเราแค่ 50% ครับ แล้วเอามาคิด คำไหนชมเราก็พัฒนาส่วนนั้น คำไหนติก็เอาจุดนั้นไปแก้ไข ตราบใดที่มันยังเป็นจุดที่เราทำได้และไม่เป็นการทำลายตัวตนของเราออกไป
นักพากย์หลายๆ คนเขาไม่ได้อบรมที่ไหนทั้งสิ้น แต่เกิดจากการฝึก ทำ และรอดู Comment จากคนอื่นเนี่ยล่ะครับ แต่น่านแหละความเป็น Unique ในวงการนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ ห้ามทำมันหายไปซะนะครับ
สำหรับทุกคนที่ฝันว่าอยากเป็นนักพากย์
ผมเชื่อว่าไม่มีอะไรจะไกลเกินฝัน ต่อให้เป็นฝันโง่ๆ ตราบใดที่มันไม่ใช่ฝันเฟื่องว่าอยากเป็นนก อยากเป็นเทวดา แต่ถ้าฝันว่าอยากเป็นในโลกแห่งความเป็นจริงเช่นฝันอยากรวยแบบบิลเกตท์ ผมเชื่อว่าฝันมันเป็นจริงได้ครับ ไอ้คำที่บอกว่า"มึงทำไม่ได้หรอกเพราะ...." หรือ"จะทำไปได้ไงวะ มึงก็แค่....." ให้เราถือคำเหล่านั้นมาเป็นคำที่เราต้องพิชิต ต่อให้ตาบอด ขาเสีย มันก็ยังมีคนทำสิ่งที่ไม่น่าเชื่อออกมาได้ เชื่อผมเถอะครับ ขอให้พยายามหมั่นฝึกซ้อม หาคนที่เป็นคนสอน หาลู่ทางต่างๆ ต่อให้อยากเป็นอะไร มันก็เป็นได้ทั้งนั้นแน่นอนครับ
edit @ 8 Jan 2008 22:47:57 by คุณหมาสายตาเอียง
, ที่เขียนข้างบนก็เปนปัญหาหมดเลย
มี้ พี่เองก็ตั้งใจมากเลย ถึง ตาจาปิดนิดนึงก็ยังฟังอยู่ มี้ ขอบคุณมากๆนะคะ คงจาเหนื่อยๆเหมือนกันเนอะ อื้อ >.</ สนุกสนาน
)
#1 By eaxza on 2008-01-08 23:27