แหม๋เขียนหัว Entry เป็นรายงานส่งอาจารย์เลยแหะ

ก่อนอื่นเลยต้องขอขอบคุณริงๆ สำหรับนิตยสาร Otaku ที่ช่วยโปรโมทเรื่องรับสมัครนักพากย์เสียงให้ในครั้งนี้นะครับ เดี๋ยวไงจะไปขอบคุณแบบถึงลูกถึงคนอีกทีล่ะครับ

 

เอาล่ะมาเข้าเรื่องของเราเลยดีกว่า จากที่ผ่านมามีนักพากย์มาทดสอบอยู่ที่ราวๆ 10+คน มีแบบที่พอมีแวว และแบบที่ขอเก็บไว้พิจารณาก่อน ซึ่งผลต้องรอบอสใหญ่เป็นคนฟันธงอีกที ซึ่งผมเชื่อว่าหลายคนคงอาจจะผิดหวังเพราะนักพากย์ที่ผมรับสมัครนั้นไม่ใช่ Voice Actress แต่เป็น Narrator มากกว่า อาจจะไม่ตรงสายนัก แต่อย่างน้อยๆ ก็ขอเอาจุดนี้มาเป็นอีกเวทีทดสอบฝีมือละกันเนอะ เอิ้กๆๆๆๆ เอาล่ะครับสำหรับ Entry นี้ก็เลยขอพูดถึงประสบการณ์ที่ได้จากการ Casting เสียงของหลายๆ คนกันก่อนเลยนะครับ

-1-การเน้น การผ่อน การใส่จังหวะ

หลายๆ คนที่มาจุดนี้คือจุดที่ประสบปัญหามากที่สุด คือสคริปที่มายาวเป็นพรืด (1หน้ากระดาษ) สำหรับคนที่ไม่เคยพากย์ หรือทดลองจริงจังจะมาตกม้าตายจุดนี้เป็นจำนวนมากครับ เพราะการเน้น บางคนก็เน้นมันซะทุกประโยค หรือบางคนเว้นวรรคเกือบทุกรอบ กลายเป็นปัญหาทำให้เสียงดูไม่น่าเชื่อถือ หรือฟังแล้วพาลจะหลับเอา

การพากย์เราต้องยึดตัวละครที่เราพากย์เป็นหลัก บางทีถ้าต้องพากย์เป็นเสียงเด็ก สตรี คนชรา ก็ต้องพยายามให้น้ำเสียงดูน่าเชื่อถือว่าเราคือคนนั้น รวมไปถึงการใส่ลูกเล่นต่างๆ อย่างกรณีของผมนั้นความน่าเชื่อถือ ความน่าสนใจและลูกเล่นถือเป็นจุดสำคัญ แต่กลายว่าหลายๆ คนกลับ Focus ที่การพากย์ให้ถูกต้องตามสคริป เลยพลาดที่จะใส่รายละเอียดในส่วนอื่นๆ ไป

คิดว่าจุดนี้เกิดขึ้นจากประสบการณ์มากกว่า เพราะเจอคนที่เป็นนักพากย์มืออาชีพอยู่แล้วมาพากย์เสียง เขาก็จะรู้ตรงไหนใส่ลูกเล่นได้ เน้น หรือปล่อยยาวในจังหวะไหนบ้าง แต่น่านล่ะครับ ของผมเองไม่ได้ก่ะเอานักพากย์มืออาชีพอยู่แล้ว แต่ก็ขอยกมาเพื่อเป็นจุดเปรียบเทียบละกันครับ

 

-2- คำควบกล้ำ  ร/ล

จุดนี้หลายๆคนอาจจะคิดว่า ต้องเน้น "ร" หรือ "ล" ขนาดไหน อันนี้จากประสบการณ์ผมเองคือ ไม่ต้องเน้นให้เด่นชัดครับ ให้มันออกเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องฝืนไม่ต้องเน้นเหมือนให้มันหลุดมาด้วยนิดๆ หน่อยๆ ก็พอแล้ว และเชื่อสิว่าขนาดเป็นผู้ประกาศข่าวบางครั้งยังไม่สามารถเก็บรายละเอียดในจุดนี้ได้ 100% เลยครับ

แต่คำควบกล้ำ เนี่ยสิครับ ค่อนข้างมีปัญหาเลยแหละ เพราะบางคำเช่น "กลาง" หลายๆ คนไปออก"กาง"ซะส่วนใหญ่น่าจะมาจากความเคยชินในชีวิตประจำวันมากกว่าครับ แต่จุดนี้ก็เน้นเหมือนเดิมครับว่าไม่ต้องเน้นเหมือนกับ "ร" และ "ล" แต่ให้มันมีเพื่อแบ่งแยกคำหน่อย ส่วนหนึ่ง ร/ล ปกติเวลาพูดเราก็จะรู้อยู่แล้วว่าคำนั้นแปลว่าอะไร แต่ในขณะเดียวกันคำควบกล้ำ เนี่ยสิตัวปัญหา เพราะ "กลาง" กับ "กาง" มันเป็นคำคนละความหมายโดนสิ้นเชิง

 

-3-การเข้าอบรมไม่ได้ช่วยอะไรเลย

ข้อนี้ต้องขอบอกเลยว่าคำๆ นี้ไม่ได้มาจากผมครับ แต่มาจากนักพากย์มืออาชีพหลายๆ คนที่รู้จัก บางคนที่มาพากย์เสียงนั้นบางคนจะผ่านการอบรมอะไรซักอย่างเกี่ยวกับเสียงจากซักค่าย ซักสถาบัน แต่ผลที่ออกมาพบว่า ไม่เวิร์คครับ จริงๆ แล้วการที่จะพากย์ได้นั้นมันประกอบด้วยอะไรหลายๆ อย่างอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น ผมไม่ทราบนะครับว่าเวลาเข้าอบรมเขาสอนอะไรเราบ้าง แต่จากร้อยทั้งร้อย นักพากย์เกิดจากการฝึกฝน พรสวรรค์ และความโชคดีทางกายภาพครับ

การที่เราจะได้เป็นนักพากย์ มันก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเราอบรมที่ไหนมา ส่วนหนึ่วงเกิดจากความสามารถที่โดดเด่น มาตรว่าเป็นเพชรในตมที่บังเอิญเจอ เสียงที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น หรือไม่ก็จับพลัดจับผลูครับ

(ข้อนี้ไม่ได้แปลว่าสถาบันอบรมทุกที่จะไม่ดีนะครับ แต่ไงขอให้ดูๆ ก่อนว่าเราต้องเสียเงินเท่าไหร่เพื่อแลกกับอะไรมาบ้าง)

 

-4-ความมั่นใจ

จุดนี้ถือเป็นจุดสำคัญที่สุด เพราะสิ่งที่เรานำเสนอไปคือเสียงล้วนๆ น้ำเสียงคือสิ่งชี้ว่าเรากำลังอยู่ในสภาพไหน กำลังทำหน้ายังไง ต่อให้เรายิ้ม ก็ไม่ได้แปลว่าเสียงเราจะยิ้มตาม (ขออภัย Call Center D Tac ทุกท่าน) ในทางกลับกัน เสียงอาจจะดูสดใสร่าเริง แต่จริงๆ แล้วเราทำหน้าบึ้งเป็นทวารหนักก็เป็นได้

หลายคนที่มาพอพลาดผิดปุ๊ปก็หลุดปั๊ป บางคนเล่นเอาหมดสภาพไปเลยก็มี หรือบางคนพอเริ่มไม่มั่นใจในอะไรซักอย่างเช่น ไม่มั่นใจในการลงจังหวะ ไม่มั่นใจในน้ำเสียง หรือไม่มั่นใจในอะไรซักอย่างที่เราคิดว่าเรากำลังไม่มั่นใจอยู่แน่ๆ ก็ล่มซะงั้น

พากย์ผิดอย่าคิดมาก ขนาดนักพากย์มืออาชีพไม่ใช่โยน Script ให้แล้วเขาจะพูดไม่ผิดเลย จริงๆ แล้วผิดระนาวครับ แถมกลายเป็นเรื่องฮา(ที่บางทีฮาไม่ออกสำหรับช่างตัดต่อเสียง) อย่างเกม Medal of Honor ภาคที่ต้องโดดร่ม จริงๆ การโดดร่มเป็นแค่ช่วงเปิดประมาณ 3 บรรทัด แต่นักพากย์จริงๆ บางคนเขาล่อไป 3 นาทียังไม่ถึงพื้นเลยก็มี แต่ทำไมพากย์ผิดเยอะ แต่กลับได้เป็นนักพากย์ที่ดีกว่าคนที่พากย์ลื่นล่ะ ส่วนหนึ่งเพราะความมั่นใจนั่นแหละครับ โปรแกรมที่ตัดต่อมันไม่ใช่ตัดแล้วต่อไม่ได้ อย่าไปคิดมาก ถ้าพลาดก็เว้นซักนิด แล้วกลับไปพากย์ประโยคนั้นใหม่ เท่านั้นเองครับ

 

......แล้ว.......แล้ว.......แล้ว.......ทำไงถึงเป็นนักพากย์ที่ดี?

เหมือนถามว่าจะไปคาเนกี้ฮอลต้องทำไงนั่นล่ะครับ มันต้องฝึก ฝึก และก็ฝึก ฝึกอ่านเยอะๆ อ่านบ่อยๆ อ่านออกเสียงดังๆ เพื่อบริหารเนื้อเสียง ยิ่งเราคุมเนื้อเสียงได้ดีเท่าไหร่ เรายิ่งจะสามารถสร้างความหลากหลาย Style และความโดดเด่นของเราได้มากขึ้นเท่านั้น ทุกคนเสียงไม่เหมือนกัน บางคนเสียงเป็ด บางคนเสียงขึ้นจมูก บางคนเสียงสั่น เราต้องฝึก บางทีพยายามทำให้ปมด้อยเป็นปมเด่น พยามฝึกให้มีเอกลักษณ์ แล้วเราก็จะรู้ว่าเสียงเป็ดก็เป็นหงส์ได้

......แล้ว.......แล้ว.......แล้ว.......ฝึกกันยังไงดีล่ะ?

ก็อ่านนั่นแหละครับ แต่ส่วนตัวผม ผมยังไม่ใช่นักพากย์ที่เก่งหรือดี แต่ผมก็ฝึกตัวเองด้วยวิธีสวดมนต์ครับ ชินบัญชรเนี่ยแหละความยาวกำลังดี จากตอนแรกที่กระท่อนกระแท่น ตอนนี้ไม่ต้องมีเนื้อก็อ่านได้ ซึ่งช่วยในการฝึกหายใจด้วย ทำให้เราหายใจ 1 ฮึ๊บแล้วสามารถพากย์ได้ยาวกว่าคนอื่น คุมการออกเสียงบ้าง ให้เสียงสูง ต่ำ ใหญ่ เล็ก บ้างเป็นบางเวลา

แต่ถ้าอยากหักดิบก็ต้องหา Producer ที่โหดๆ ครับ ผมเจอในช่วงแรกๆ คือ Pro คนเก่าเขาเข้มมากๆ และถือว่าเป็นอาจารย์ที่ดีด้วย Take ทุกครั้งที่ผิด พร้อมทั้งสอนเรา แต่ก็น่านอ่ะครับ Take แบบหักเลยบางทีก็เหวอ+สลด+ความมั่นใจในตัวเองหดหายไปบ้างเหมือนกัน

 ......แล้ว.......แล้ว.......แล้ว.......Comment จากคนอื่นอ่ะ?

เราเก็บคำสรรเสริญเยินยอ หรือคำด่าทอไว้กับตัวเราแค่ 50% ครับ แล้วเอามาคิด คำไหนชมเราก็พัฒนาส่วนนั้น คำไหนติก็เอาจุดนั้นไปแก้ไข ตราบใดที่มันยังเป็นจุดที่เราทำได้และไม่เป็นการทำลายตัวตนของเราออกไป

นักพากย์หลายๆ คนเขาไม่ได้อบรมที่ไหนทั้งสิ้น แต่เกิดจากการฝึก ทำ และรอดู Comment จากคนอื่นเนี่ยล่ะครับ แต่น่านแหละความเป็น Unique ในวงการนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ ห้ามทำมันหายไปซะนะครับ

 

สำหรับทุกคนที่ฝันว่าอยากเป็นนักพากย์

ผมเชื่อว่าไม่มีอะไรจะไกลเกินฝัน ต่อให้เป็นฝันโง่ๆ ตราบใดที่มันไม่ใช่ฝันเฟื่องว่าอยากเป็นนก อยากเป็นเทวดา แต่ถ้าฝันว่าอยากเป็นในโลกแห่งความเป็นจริงเช่นฝันอยากรวยแบบบิลเกตท์ ผมเชื่อว่าฝันมันเป็นจริงได้ครับ ไอ้คำที่บอกว่า"มึงทำไม่ได้หรอกเพราะ...." หรือ"จะทำไปได้ไงวะ มึงก็แค่....." ให้เราถือคำเหล่านั้นมาเป็นคำที่เราต้องพิชิต ต่อให้ตาบอด ขาเสีย มันก็ยังมีคนทำสิ่งที่ไม่น่าเชื่อออกมาได้ เชื่อผมเถอะครับ ขอให้พยายามหมั่นฝึกซ้อม หาคนที่เป็นคนสอน หาลู่ทางต่างๆ ต่อให้อยากเป็นอะไร มันก็เป็นได้ทั้งนั้นแน่นอนครับ

 

edit @ 8 Jan 2008 22:47:57 by คุณหมาสายตาเอียง

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆนะคะ ตอนนี้ปี ๒๕๕๕ หนูได้เปิดมาเจอบล็อคนี้ หนูได้อ่านบทความที่จขบ.เขียนแล้วมีกำลังใจเพิ่มมากขึ้นเยอะเลยค่ะ ขอบคุณสำหรับบทความนี้นะคะ ^_^

#22 By คนมีความฝัน (103.7.57.18|61.90.122.204) on 2012-08-06 18:58

สวัสดีค่ะ หนูอยาก รับ job เป็นนักพากย์การ์ตูนจังเลยค่ะ แต่ตอนนี้หนูกำลังจะขึ้นปี 1 มธ. ต้องอยู่หอ ค่ะ ว่าง เสาร์-อาทิตย์ ถ้าพี่ต้องการนักพากย์เมื่อไหร่ nutty_nuxx@hotmail.com หนูรบกวนฝาก email ของหนู ไว้ให้พี่ละกันน๊ะค๊ะ ^^ อ้อ หนูเคยพากย์เสียงการแสดงละครของที่ ร.ร.อยู่บ่อยครั้งค่ะพร้อมทั้งแสดงเองด้วย แหะๆ สุดท้ายนี้ ขอบคุณมากน๊ะค๊ะ

#21 By Nut (124.120.81.45) on 2009-04-25 20:11

คุณเป็นนักพากย์เหรอค่ะ

#20 By (58.147.24.184) on 2009-02-26 11:42

อยากทราบว่าการที่เราจะเป็นนักพากย์การ์ตูนได้ เราต้องจบหรือเรียนอะไรบ้างเหรอคะ แล้วเค้าจะรับเราหรือเปล่าคะถ้าเราไม่ได้เรียนมาทางสายนี้

#19 By *-* (203.107.203.224) on 2008-03-12 18:52

น่าสนใจมากเลยค่ะ
ทำให้ได้รู้ว่ามีอะไรที่มองข้ามไปเยอะมากๆๆเลย- -
ต้องพยายามต่อไปค่ะ
ขอบคุณสำหรับบทความนะคะ^^

#18 By MaiKo ChiRarA on 2008-01-22 22:20

ยังงี้ต้องคุยเยอะๆซะแล้ว big smile

#17 By shimeatsky on 2008-01-20 19:59

ประกาศผลไปหรือยังอ่ะคะพี่ ^^

ถ้าประกาศแล้ว เอาลงบล็อกด้วยนะคะ
หนูจะได้ตามจากในนี้

ขอบคุณคร่า ^^

#16 By เดียม (58.10.90.97) on 2008-01-17 17:39

open-mounthed smile

#15 By นานา (117.47.91.180) on 2008-01-12 13:10

การเป็นนักพากย์ก็อยู่ที่จินตนาการเหมือนกันนะ ผมอยากให้ไทยเรามีนักพากย์ดีดีมากขึ้น big smile

#14 By chinjung on 2008-01-11 16:30

อื้มม เป็นคำแนะนำที่ดีมากเลยค่ะ big smile
อยากให้อาชีพนี้เติบโตในบ้านเราอ่ะค่ะ ดีจังที่มีคนหันมาสนใจ (ส่วนเราก็รอฟัง open-mounthed smile)

#13 By ...alfalfa... on 2008-01-10 14:31

สวดมนต์ได้อะไรมากกว่าที่คิด55confused smile

#12 By wesong on 2008-01-10 08:50

เฮ่ยๆ ได้อ่านอันนี้แล้วโดนใจมากเลยครับ ตอนเด็ก ๆ ดูการ์ตูน ดูหนัง ผมก็ฝันอยากจะได้พากย์เสียงเหมือนกันนะครับ แต่ด้วยเป็นคนที่ไม่มั่นใจในเสียงตัวเองเลย เสียงแบน ๆ คิดว่าตัวเองคงทำอะไรที่เกี่ยวกับการพูดไม่ได้

พอมาช่วงนี้ได้ workshop acting บ้าง เลยต้องฝึกใช้เสียง รู้สึกเริ่มสนุกกับมัน อยากจะพูดมากขึ้น พยายามปั้นเสียงตัวเองให้กลมขึ้นอะครับ

นอกจากพากย์แล้ว อยากจะเป็นนักพากย์รายการ หรือพิธีกรด้วย ซึ่งก็ไม่รู้ว่าวันไหนวันใดจะมีโอกาสไหม แต่เดี๋ยวนี้เวลาอ่านหนังสือ อ่านบล็อก บางทีก็จะลองพูดออกเสียงดูอะครับ ฝึกพูดไปเรื่อย ๆ..

ยังถ้าได้ไปพากย์อะไรที่ไหนแล้วแจ้งกันมั่งนะครับ จะตามไปเชียร์ confused smile

#11 By BeN (203.113.39.13) on 2008-01-10 04:21

อ่านแล้วเก็ทเลยค่ะ
เราเองก็เป็นคนนึงนะคะที่ใฝ่ฝันอยากเป็นนักพากย์การ์ตูน แล้วก็เคยผ่านประสบการณ์การไป cast อยู่บ้างเหมือนกัน
ที่คุณเจ้าของบล็อกระบุมาแต่ละข้อนี่เป็นเรื่องที่เจอได้ตลอดจริงๆ

ยังไงก็ขอบคุณมากนะคะที่เอามาเล่าสู่กันฟัง จะได้รับรู้จากมุมมองของคนที่เป็นคนคัดนักพากย์บ้าง surprised smile
และเราจะพยายามต่อไปค่ะ
เรารู้สึกว่าอาชีพนักพากย์ไทยถึงบางทีจะพากย์ขัดใจไปบ้างแต่เป็นงานที่น่ารักดีนะคะ ^^' น่าสนุกดีด้วย
เคยคิดว่าน่าลองทำอยู่แฮะ แต่ก็แค่คิดล่ะค่ะ ไม่ได้คิดจะเอาจริงเอาจัง =w=

#9 By ::Materia Hunter:: on 2008-01-09 21:50

อ่านเเล้วรู้สึกอยากไปนั่งหัดพากษ์เสียงเล่นต่อ(ถ้าไม่ติดว่าต้องกลับไปนั่งปั่นการบ้านว้ากกกกกกกกกกก)

เป็นเอนทรีที่ดีมากเลยค่ะ สำหรับคนที่ฝันอยากเป็นนักพากษ์..TwT...

ตอนนี้ก็กำลังพยามเล่นลูกเล่นเสียงตัวเอง เเต่มักโดนเพื่อนใส่มาว่ากวน...(อวัยวะเบื้องล่าง) ก็ไม่รู้จะบอกไงดี เเต่ก็นะ ช่างมัน 55+ เเต่ก็ต้องขอขอบคุณเจ้าของเอนทรี่จริงๆค่ะ ... ได้รุ้อะไรเยอะมาก

อย่างเรื่องสคิปต่างๆนาๆ Hot! Hot! Hot!

#8 By ハヤ on 2008-01-09 18:28

ที่ผ่านมาสนุกจัง ได้ทำอะไรเพิ่มขึ้น บางวัน ใคร ก็ง่วง เหนื่อย แกล้ง และโหดด้วย ... และก็มีหูเยอะแยะเลย ชอบหูแมวที่มีกระดิ่งจัง รู้แล้วว่าการทำงานจริงๆต้องตั้งใจและพยายามมากเลยนะคะ เพราะถ้าทำให้ใครทำงานลำบากล่ะก็แย่แน่เลย sad smile, ที่เขียนข้างบนก็เปนปัญหาหมดเลย questionมี้ พี่เองก็ตั้งใจมากเลย ถึง ตาจาปิดนิดนึงก็ยังฟังอยู่ มี้ ขอบคุณมากๆนะคะ คงจาเหนื่อยๆเหมือนกันเนอะ อื้อ >.</ สนุกสนาน

#7 By meii on 2008-01-09 10:20

โอ...ดีมากๆเลยค่ะ

พี่คะ อยากไปทดลองนะคะ ไปวันไหนได้มั่งคะ ช่วงเวลาไหนคะ แล้ว...

ซ.ปรีดี41อยู่ไหนเหรอ? 55+

#6 By LhinKo^_^ on 2008-01-09 09:32

,าตอบที่ถามนะคะ

ไปถ่ายที่ตึกร้างค่ะ ^^;;

#5 By Onnies on 2008-01-09 08:51

โอ้กก เอนทรีนี้ถูกใจมั่กก

คำทิ้งท้ายนี้จริงสุดๆเลย ข้อสำคัญคือ"อย่าไปฟังว่าตัวเองพากย์ห่วยอย่างงั้นอย่างงี้ ฝึกไปเรื่อยๆเด๋วมันก็จะพากย์ดีขึ้นเองนั้นแล่ะ" ใรนิตรสาร OTAKU เนื้อหาดีเหมือนกัน อยากให้ลงอีกแฮะ =w=

ปล.เคยมีคนพูดใส่หูบอกว่า"นักพากย์ จะเป็นได้เรอะ แกอ่ะ" (คำพูดสกัดดาวรุ่งชัดๆ -*- )
แต่พอเอาเสียงพากย์ยัดให้ฟัง"เออเฮ้ย พากย์ดีว่ะ แกเป็นนักพากย์เลยเด่ะ เวริก!"

me/(ปึ๊ด อะไรของมัน - -)จับปาดคอ..ฮา

#4 By mimie-chan on 2008-01-09 05:58

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำมากๆค่ะ พี่
ลุคจะพยายามต่อไปนะ ฮะๆ big smile
โอ้ว... สุดกระแทกทิ่มแทงหัวใจมากส์เลยเจ้าค่ะ จอร์ช > <
แต่ว่าขอบคุณมากค่ะ ได้อะไรเพิ่มขึ้นเยอะเลย
ทำให้้ได้รู้ ได้เห็นตัวเอง
เป็นแรงผลักดันให้เดินหน้าต่อไปcry

#2 By PiN (58.9.175.145) on 2008-01-09 02:10

สวัสดีปีใหม่ 2551 คับผมsurprised smile

#1 By eaxza on 2008-01-08 23:27